[TASM2 FanFiction] Short Fic : “Jealous”

posted on 26 Feb 2015 15:33 by chura-chura-chucream in Ficion directory Fiction, Entertainment

Title : Jealous

Fandom : TASM2 (The Amazing Spider-Man 2 Movies)

Author : Ginger Juice

Genre : Romance, Drama

Rate : PG-13

Pairing : Parksborn (Peter Parker/Harry Osborn)

Summary : ฉันมันคนไม่มีอะไรเลย

 

เกว็น…”

 

           หลังจากที่ถูกปลุกให้ลุกขึ้นมารับโทรศัพท์กลางดึก เกว็น สเตซี่ ยังคงมีท่าทีสะลึมสะลือ เธอได้ยินเสียงจากปลายสายไม่ชัดเท่าไหร่นัก อีกฝ่ายเรียกชื่อเธอเบามาก แถมน้ำเสียงยังฟังดูอิดโรยเหมือนคนหมดอาลัยตายอยากในชีวิต

 

“ปีเตอร์…?”

 

           เธอขานเรียกกลับไปด้วยความไม่แน่ใจว่านั่นใช่คนที่เธอคิดหรือเปล่า หญิงสาวยกโทรศัพท์มือถือออกห่างจากหู ก่อนจะใช้สายตาเพ่งมองหน้าจอเพื่อดูชื่อของคู่สนทนา

           ปีเตอร์ พาร์คเกอร์’  ชื่อนั้นโชว์หราอยู่บนหน้าจอ เกว็นขมวดคิ้วจนแทบจะติดกัน ใช่คนที่เธอคิดจริงๆ

 

“ที่นี่มันตีสองแล้วนะ” เธอกรอกเสียงงัวเงียลงไปตามสายด้วยอาการขุนเคืองเล็กน้อย เวลาที่ลอนดอนกับนิวยอร์คไม่เหมือนกัน ต่อให้ปีเตอร์โทรมาจากที่นั่นในตอนนี้ที่เป็นเวลาสามทุ่มแต่เวลาของเธอมันตีสองเข้าไปแล้ว

ใช่ ฉันรู้ๆ ขอโทษ… แต่ว่า…”

 

           เสียงจากปลายสายอึกอักไปเล็กน้อยจนเกว็นอดที่จะสงสัยไม่ได้ เธอพยายามส่ายหัวสะบัดไล่ความง่วง ปีเตอร์คงจะมีเรื่องสำคัญจริงๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่โง่พอที่จะโทรมารบกวนเธอในเวลาแบบนี้แน่ แต่ก็นะปีเตอร์ก็คือปีเตอร์ อย่าเพิ่งคาดหวังอะไรที่มีสาระจากคนคนนี้มากนัก

 

“มีอะไรหรือเปล่า?” เกว็นเอ่ยถามกลับไป แต่ปีเตอร์ถอนหายใจกลับมาจนเธอเริ่มกังวลนิดหน่อยแล้ว “ปีเตอร์…?”

ฉันทะเลาะกับแฮร์รี่” น้ำเสียงที่ตอบกลับมานั้นดูอิดโรยไร้ชีวิตชีวา

“โอ้… นั่นมันแย่จัง”

 

           คำตอบนั้นทำให้หญิงสาวรู้สึกกังวลเข้าแล้วจริงๆ แต่ก็ยังไม่มากจนถึงขั้นที่จะต้องตื่นตูม ปีเตอร์กับแฮร์รี่ทะเลาะกันเป็นปกติอยู่แล้ว แต่ถึงขนาดที่ต้องโทรมารบกวนเธอยามวิกาลแบบนี้ไม่เคยมีมาก่อน

 

“มีอะไรให้ฉันช่วยหรือเปล่า?” เธอถามกลับไป

ไม่… ฉันแค่อยากคุยกับใครสักคน ขอโทษที่โทรมารบกวนเธอนะ”

 

           เมื่ออีกฝ่ายตอบกลับมาแบบนั้น เกว็นไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปดี อันที่จริงในตอนนี้สมองของเธอมันคิดอะไรไม่ค่อยออกนักหรอก

           เธอถูกปลุกขึ้นมากลางดึก ในสภาพที่โคตรจะง่วง จะให้มาคิดรับฟังหรือแก้ปัญหารักๆใคร่ๆของคนอื่นก็คงไม่ไหว แค่จะพูดให้เป็นประโยคถูกต้องยังยากสำหรับเธอเลยในตอนนี้

 

เกว็นถอนหายใจ “ปีเตอร์ ฉันว่าเธอไปล้างหน้าล้างตาทำใจให้สงบเถอะ จากนั้นก็นอนพักผ่อนก่อนดีกว่าไหม?” เธอบอกทางออกที่น่าจะดีที่สุดสำคัญทั้งคู่ในตอนนี้ “แล้วพรุ่งนี้เช้าเราค่อยคุยกันอีกที โอเค?”

โอเค” ปีเตอร์ตอบกลับเสียงอ่อนก่อนจะวางสายไป

 

           เกว็นวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะข้างเตียง ก่อนซุกตัวลงในที่นอนอีกครั้ง ไว้พรุ่งนี้เธอจะพยายามช่วยปีเตอร์แก้ปัญหาก็แล้วกัน

 

           ก็ได้แต่หวังว่านะ

 

           เมื่อคืนปีเตอร์โทรไปหาเกว็น เขาลืมเรื่องเวลาที่ไม่ตรงกันไปเสียสนิท เพียงเพราะเขาแค่อยากคุย อยากระบายกับใครสักคน แต่สุดท้ายก็ทำอะไรไมได้มาก เพราะคู่สนทนาไม่อยู่ในสถานะที่พร้อมจะรับฟังปัญหาของเขา ก่อนจะวางสายจากอดีตแฟนสาว เธอบอกให้เขานอนหลับพักผ่อน ปีเตอร์ก็คิดที่จะทำแบบนั้นแต่ว่ามันช่างยากเหลือเกิน

           สุดท้ายเขาก็แทบไม่ได้นอนทั้งคืน หลับๆตื่นๆอยู่แบบนั้น ในหัวกังวลแต่เรื่องของ แฮร์รี่ ออสบอร์น

           เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ปีเตอร์กดรับมันอย่างเฉื่อยชาและเชื่องช้า โดยที่ไม่ได้มองหน้าจอด้วยซ้ำว่าใครเป็นคนโทรมา

 

“ฮัลโหล” เขาขานรับ

ไง”

 

           เสียงตามสายที่ตอบกลับมาไม่ใช่ใครอื่น เกว็น สเตซี่ นั่นเอง

 

“ไง” ตอบรับเสียงอ่อย

เป็นยังไงบ้างรู้สึกดีขึ้นบ้างไหม?” เกว็นถาม แต่ถึงอย่างนั้นจากที่หญิงสาวฟังดูก็พอจะเดาได้ว่าน่าจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่

“ไม่อ่ะ…” ปีเตอร์ยังคงตอบรับด้วยน้ำเสียงโทนเดิม

เกิดอะไรขึ้น?”

เขาถอนหายใจ “ฉันทำตัวงี่เง่าเอง มันเป็นความผิดของฉัน” เขานึกย้อนไปถึงเรื่องเมื่อสาม สี่วัน ก่อน และเริ่มต้นเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้หญิงสาวฟัง

 

           ในวันนั้นแฮร์รี่ได้รับเชิญให้ไปงานปาร์ตี้เปิดตัวเสื้อถ้าแบรนด์เนมไฮ-เอนท์ แบรนด์หนึ่ง แน่นอนทายาทออสคอร์ปรักในศิลปะและแฟชั่น ดังนั้นจึงไม่ปฏิเสธเลยที่เข้าร่วมงาน พร้อมทั้งยังชวนปีเตอร์ให้ไปด้วยกัน

           ในตอนแรกนั้นปีเตอร์ค่อนข้างประหม่ามากทีเดียว เขาไม่เคยเข้าสังคมในระดับนี้มาก่อน ซ้ำเพิ่งจะเคยใส่เสื้อผ้าหรูหราเป็นครั้งแรก อะไรๆก็ดูแปลกไปหมด เขารู้สึกเหมือนไม่ใช่ตัวเอง รู้สึกเหมือนไม่มั่นใจ รู้สึกเหมือนกำลังแก้ผ้าต่อหน้าคนนับร้อย ทั้งๆที่ตอนเป็นสเดอร์ไปแมนในชุดผ้าสเปนเด็กซ์รัดรูปโหนไปทั่วทั้งเมืองนิวยอร์คเขานั้นไม่เคยที่จะอายเลย เมื่อใส่อะไรที่ไม่ใช้ตัวเขามันทำให้ปีเตอร์ขาดความมั่นใจอย่างมากในวันนั้น

           และสิ่งที่ยิ่งทำให้เขาขาดความมั่นใจมากขึ้นกว่าเดิมคือ ภายในงานนี้มีอดีตคู่ควงของแฮร์รี่มาร่วมงานด้วย คนเดียวว่าแย่แล้วแต่นี่มีเป็นสิบ ปีเตอร์แทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง เมื่อแฮร์รี่แจกแจงรายละเอียดว่าเขาเคยคบใครช่วงไหนมาบ้าง ในสิบคนนั้นมีทั้งหญิงและชาย ทุกคนล้วนดูดีมีระดับ เหมาะสมกับสถานที่ซึ่งต่างจากเขาโดยสิ้นเชิง และมันยิ่งดูแย่เมื่อแฮร์รี่แนะนำเขากับอดีตคู่ควงเหล่านั้นด้วย

           ปีเตอร์รู้สึกปวดมวนในท้องที่ต้องรับหน้าเสื่ออย่างจำยอม อันที่จริงเขาไม่ชอบและไม่อยากรู้จักคนพวกนี้เลยด้วยซ้ำ ยิ่งเมื่อเขาบอกว่าตัวเองกำลังทำงานอะไรอยู่ สายตาที่จับจ้องมาที่เขาก็แปรเปลี่ยนเป็นดูถูกดูแคลนและเหยียดหยามชอบกล เกือบทุกคนที่ส่งสายตาแบบนั้นมาให้เขา จะมีก็แค่บางคนที่ยังคงทักทายชวนพูดคุยโดยไม่ได้รังเกียจ นั่นก็ยิ่งทำให้ปีเตอร์รู้สึกแย่มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

ในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหวตัดสินใจขอตัวออกจากงานมา เพื่อสูดอากาศที่ไม่บริสุทธิ์นักของมหานครนิวยอร์ค แต่ก็ยังดีกว่าต้องทนอึดอัดอยู่ในนั้น และแฮร์รี่ก็ตามออกมาเกือบจะในทันทีหลังจากเขาเดินเลี่ยงจากตัวงาน

           พวกเขาคุยกัน แรกๆก็คุยกันธรรมดา แฮร์รี่ถามว่าเขาเป็นอะไรไป แต่ปีเตอร์ไม่อยากที่จะตอบเขารู้สึกว่าคำตอบของเขามันไม่มีเหตุผลซ้ำยังดูน่าสมเพชอีกด้วย เมื่อการสนทนาที่เริ่มยืดเยื้อขึ้นเพราะความไม่เข้าใจ ในที่สุดมันนำพาไปสู่การทะเลาะเบาะแว้ง ทั้งคู่ปะทะฝีปากใส่กันในที่สุดต่างคนต่างไม่ยอมลงให้กัน และสุดท้ายการโต้เถียงก็จบลงด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัวจนไม่อาจจะมองหน้ากันได้อีก ปีเตอร์ห่วยพอที่จะหนีกลับออกมาก่อนและทิ้งแฮร์รี่ไว้ในงานคนเดียว

           เขาเล่าทุกอย่างให้เกว็นฟัง ทุกอย่างที่เขาจำได้ ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้น ทุกๆความรู้สึกของเขา…

           ปลายสายยังคงนิ่งเงียบหลังจากที่เขาเล่าจบ ไม่นานนักก็มีเสียงราวกับคนกำลังถอนหายใจตอบกลับมา

 

ถ้าแฮร์รี่ไม่โกรธเธอสิแปลก” เกว็นตอบกลับมา น้ำเสียงของเธอฟังดูไม่แปลกใจอีกต่อไปแล้ว เช่นเดียวกับประโยคที่เธอพูดราวกับว่าเธอเข้าใจคู่กรณีของปีเตอร์ได้เป็นอย่างดี

“แต่ฉันหึงนี่ เกว็น… ไม่รู้สิฉัน… ฉันรู้สึกหึงเขาอยู่ตลอดเวลา” น้ำเสียงของปีเตอร์ดูหงุดหงิด ผิดหวัง และอ่อนล้าอย่างชัดเจน “คนพวกนั้นอดีตของแฮร์รี่… พวกเขาดูดีกว่า รวยกว่า ฉันเทียบอะไรกับคนพวกนั้นไม่ได้เลย”

 

           แฮร์รี่มีคนเก่ามากเหลือเกิน และทุกคนล้วนดีกว่าเขา มันช่วยไม่ได้ที่เขาจะรู้สึกหงุดหงิดทุกๆอย่างรอบตัว หงุดหงิดคนพวกนั้น หงุดหงิดตัวเอง

 

ปีเตอร์เธอไม่ควรจะคิดแบบนั้นนะ!” เกว็นปรามเตือนสติ เมื่อรู้สึกว่าอีกฝ่ายเริ่มจะประสาทเสีย แฮร์รี่เขารักเธอจะตาย”

“ฉันรู้…  แต่มันอดไม่ได้จริงๆที่ฉันจะเก็บเอามาน้อยใจ” ฮีโร่หนุ่มรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะหมดแรงแล้วจริงๆ “พอลองมาคิดดูว่าคนพวกนั้นให้แฮร์รี่ได้มากมายแค่ไหน… ในขณะที่ฉันให้อะไรกับเขาไม่ได้เลย…” ยิ่งพูดเขาก็ยิ่งรู้สึกสมเพชตัวเอง

โธ่… ปีเตอร์” เกว็นเอ่ยออกมาอย่างเห็นใจ

“ฉันเกลียดตัวเองเวลาที่เป็นแบบนี้ชะมัด” แต่ปีเตอร์ก็ยังคงพูดต่อ เขาไม่คิดจะหยุดเลยด้วยซ้ำ “ฉันชอบนะเวลาที่แฮร์รี่หึงฉัน แต่ฉันไม่ชอบเลยเวลาที่ตัวเองต้องมาหึงเขา”

 

           สีหน้าของแมงมุมหนุ่มในตอนนี้นั้นช่างดูน่าสงสารเป็นอย่างที่สุด ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายของเกว็นที่เธอไม่ได้เห็นมัน

 

“เธออยากให้ฉันคุยกับเขาไหม? อยากให้ฉันช่วยพูดอธิบายอะไรไหม?” หญิงสาวเอ่ยถามขึ้น เธอเริ่มกังวลมากแล้วจริงๆ เพราะปีเตอร์ดูจะประสาทเสียและคิดมากเอาเสียมากๆ

“ไม่… ไม่เป็นไรจริงๆ”

ถ้างั้นเธอก็ไม่ควรต้องมานั่งคิดมากอยู่แบบนี้นะปีเตอร์” เกว็นเริ่มเปิดประเด็นเข้าเรื่องในที่สุด “ไปขอโทษแฮร์รี่ซะ! ไปบอกขาว่าเธอสำนึกแล้วว่าที่ทำลงไปน่ะมันงี่เง่า” เธอรู้ดีกว่าปีเตอร์เป็นคนยังไง คนอย่างปีเตอร์ต้องแนะนำวิธีที่เด็ดขาดให้ เผลอๆต้องสั่งให้ทำเสียด้วยซ้ำ

ชายหนุ่มถอนหายใจอีกครั้ง “ฉันก็อยากอยู่นะเกว็น… แต่ว่า…” เขาอึกอัก “ฉันรู้สึกผิดเกินกว่าจะไปเจอหน้าเขาในตอนนี้ได้”

 

           เกว็นได้ฟังแบบนั้นเธอแบบจะกัดลิ้นตัวเอง หรือไม่ก็ทะลุตัวผ่านโทรศัพท์เข้าไปกระชากตบหน้าอดีตแฟนหนุ่มให้ได้สติเสียเดี๋ยวนั้นเลยทีเดียว

 

อย่ามาทำเหมือนตัวเองเป็นเด็กสามขวบนะปีเตอร์ เธอโตแล้ว!” เธอดุกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างดัง และที่สำคัญเธอคือสไปเดอร์แมนนะ เธอไม่กลัวอะไรเลย แต่กลับกลัวที่ไปเจอหน้าแฟนของตัวเองเพื่อเอ่ยคำขอโทษน่ะเหรอ?” หญิงสาวใส่อารมณ์ลงไปในการสนทนาอย่างเต็มที่ถ้ามันจะทำให้ปีเตอร์ได้สติขึ้นมาบ้างนะ

“เกว็น…”

นี่ฉันจะบอกอะไรให้นะ นั่นมัน แฮร์รี่ ออสบอร์น มีคนอีกพันคนที่พร้อมจะเข้ามาแทนที่เธอ” เธอพูดรัวเร็ว อยากเสียเขาไปเหรอ?” และเน้นย้ำประโยคสุดท้ายจนคนฟังรู้สึกจุกในอก

“ไม่…” ปีเตอร์ตอบกลับไปเสียงแผ่ว

งั้นก็ดี ไปขอโทษเขาซะ” เกว็นกำชับอีกคำรบ แค่นี้ล่ะฉันต้องวางแล้ว แล้วอย่าลืมโทรมารายงานฉันด้วย” เธอตัดสินใจจบการสนทนาระหว่างพวกเขาทั้งคู่

“อื้อ”

ไปวันนี้เลยนะ!” เอ่ยปากแนะอีกรอบเพื่อความมั่นใจ ก่อนจะตัดสายไป

 

           มือแกร่งยกโทรศัพท์ออกจากหู เขาก้มลงมองหน้าจอเกว็นวางสายไปแล้ว ที่เหลือทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเขา

           ปีเตอร์ได้แต่หวังว่าแฮร์รี่จะให้อภัยในสิ่งที่เขาทำ

 

           เพราะไม่อย่างนั้นเขาคงต้องเป็นบ้าตายไปเสียก่อนแน่ๆ

 

           เวลาผ่านมาสี่วันแล้วนับจากวันที่แฮร์รี่ทะเลาะกับปีเตอร์ พวกเขาไม่ได้คุยกันอีกเลย ไม่แม้แต่จะส่งข้อความหากัน พูดตามตรงเขาค่อนข้างหงุดหงิดมากเลยทีเดียว แฮร์รี่ไม่เคยถูกเมินเฉยใส่แบบนี้มากก่อน พวกเขาทะเลาะกันบ่อยครั้ง แม้ว่ามันจะเป็นการทะเลาะที่ไม่รุนแรงและเล็กน้อย แต่ปีเตอร์ก็มักจะรีบออดอ้อนง้อขอคืนดีภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที แต่นี่มันสี่วันเข้าไปแล้ว

           มีแต่เรื่องน่าหงุดหงิดเต็มไปหมด ทั้งเรื่องโปรเจ็คของบริษัทที่แทบจะไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย เรื่องการประชุมในวันนี้ที่พวกผู้บริหารหัวเก่าคอยแต่จะขัดแข้งขัดขาเขาอยู่ได้ เรื่องการจราจรที่ทำให้เขารถติดอยู่บนถนนเกือบจะสองชั่วโมงกว่าจะกลับมาถึงบ้านได้! เรื่องของปีเตอร์ พาร์คเกอร์ ไอ้คนงี่เง่าเฮงซวย!

           และทันทีที่ก้าวลงจากรถผ่านเข้าประตูบ้านมา พ่อบ้านวัยกลางคนก็เดินเข้าประชิดตัวเขาทันที คุณชายออสบอร์นเลิกคิ้วสูงอย่างคนถูกขัดใจ คราวนี้มีเรื่องอะไรอีกล่ะ!?’ เขาคิดแบบนั้นเพราะดูเหมือนว่าอีกฝ่ายมีอะไรบางอย่างจะพูด

 

“คุณแฮร์รี่… คุณพาร์คเกอร์มารอพบครับ”

 

คิ้วเรียวขมวดติดกันแทบจะในทันที วันนี้มันเฮงซวย! ห่วยแตก! เรื่องน่าปวดหัวโถมเข้ามาไม่รู้จักหยุดหย่อน!

 

เขาเม้มปากแน่น “ช่วยไปเรียนคุณพาร์คเกอร์ด้วยนะว่าฉันติดธุระ ให้เขากลับบ้านไปก่อน” ก่อนจะสั่งพ่อบ้านและพยายามจะเดินเลี่ยงไปอีกทาง ทางไหนก็ได้ที่ไม่ต้องเผชิญหน้ากับปีเตอร์ในตอนนี้

“ตะ แต่ว่า…” พ่อบ้านทำตัวไม่ถูก

 

           ชายวัยกลางคนรู้ดีถึงสถานะของคนทั้งสองเลยออกจะแปลกใจอยู่เล็กน้อยที่เจ้านายของตนนั้นเอ่ยปากให้ไล่แขกคนสำคัญกลับ แต่เมื่อได้เห็นสีหน้าและแววตาที่ไม่สบอารมณ์พร้อมจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อของคุณชายออสบอร์น จึงทำให้เขาตัดสินใจรับคำอย่างเสียไม่ได้

 

“ได้ครับ”

 

           ในขณะที่พ่อบ้านวัยกลางคนเตรียมตัวจะหันกลับไปส่งแขกที่นั่งรออยู่ แขกคนที่ว่าก็ดันเดินสวนลงมาจากบันไดโถงเสียก่อน

 

“แฮร์รี่…” น้ำเสียงที่ขานเรียกอีกฝ่ายนั้นช่างฟังดูเว้าวอน

 

           ทั้งเจ้านายและลูกน้องต่างทำตัวไม่ถูกทั้งคู่ พ่อบ้านรีบผละตัวออกเดินหนีให้พ้นสถานการณ์ เขาพอจะคาดเดาได้ว่าต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น ดังนั้นลูกจ้างอย่างเขาจึงไม่สมควรที่จะอยู่ตรงนี้ต่อไป ส่วนเจ้าของบ้านเมินหน้าหนีไม่ยอมมองแขกที่ไม่ได้รับเชิญ ก่อนจะพยายามเดินเลี่ยงไปให้พ้นจากตรงนั้น

 

“เดี๋ยว!” ปีเตอร์ร้องเรียก เขาวิ่งเข้าประชิดตัวอีกฝ่ายไว้ แต่ก็ไม่ได้รั้งแขนหรือแตะต้องตัวคนตรงหน้า เขาเลี่ยงที่จะสัมผัส เพราะไม่อยากถูกแฮร์รี่เกลียดไปมากกว่านี้ “ฉันรู้ว่านายโกรธฉัน แต่ขอล่ะช่วยฟังที่ฉันพูดได้ไหม?” น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นฟังดูเว้าวอนและน่าสงสารมากกว่าที่เคย

 

           แต่คนอย่าง แฮร์รี่ ออสบอร์น นั้นใจแข็งนัก เขาไม่ยอมมองหน้าอีกฝ่าย ไม่ยอมสบตาสีช็อคโกแลตร้อนคู่นั้น

 

“ฉันไม่สะดวกพอจะฟังคำพูดเยิ่นเย้อของนายหรอกนะปีเตอร์” ตอบปัดด้วยท่าทีที่ไร้เยื่อใยและหันหลังให้ราวกับคนรังเกียจกัน

 

           หัวใจของปีเตอร์หล่นวูบเมื่อถูกทำเย็นชาใส่ แต่เขาสัญญากับตัวเองและสัญญากับเกว็นไว้แล้วว่าจะทำ เพราะฉะนั้นเขาไม่ควรจะยอมแพ้ตอนนี้

 

“ได้โปรดแค่นาทีเดียวก็ยังดี” น้ำเสียงนั้นแผ่วเบาและอ้อนวอน “แล้วหลังจากนี้ฉันจะไปให้พ้นๆหน้านายทันทีเลย” ดวงตาสีช็อคโกแลตเข้มสั่นระริกอย่างคนพยายามอดกลั้นอารมณ์ “ฉันขอร้อง…” เขาเอ่ยเน้นย้ำประโยคท้าย แต่มันกลับฟังดูไร้พลังและอ่อนแอจนน่าใจหาย ราวกับว่าเขากำลังอ้อนวอนขอในสิ่งที่ชีวิตนี้ไม่เคยขอจากใครมาก่อน

 

           แฮร์รี่หันหลังให้อีกฝ่าย เขาไม่อาจจะตอบได้ว่ารู้สึกอย่างไรในตอนนี้ แต่น้ำเสียงของปีเตอร์มันทำเอาใจที่แข็งเป็นหินของเขารู้สึกเหมือนกำลังถูกกระเทาะอย่างช่วยไม่ได้ เขาอยากจะใจแข็งให้มากกว่านี้แต่มันยากเหลือเกิน

           ปีเตอร์รู้สึกว่าตัวเองกำลังหอบหายใจ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีท่าทีตอบรับหรือปฏิเสธ เขาจึงอาศัยจังหวะนั้นเอ่ยทุกอย่างออกมา

 

“ฉันขอโทษที่ทำตัวงี่เง่าใส่นาย” เขาเอ่ยปากขอโทษคนตรงหน้า “ฉันมันบ้าที่เอาแต่คิดเองเออเอง ตัดสินไปเองโดยที่ไม่สนใจความรู้สึกของนาย” เขาเอ่ยอย่างช้าๆและชัดเจนทุกถ้อยคำ “ฉันขอโทษ”

 

           เขาตำหนิตัวเองให้อีกฝ่ายได้รับฟัง แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่มีท่าทีอะไรตอบกลับมาเลยแม้แต่น้อย แฮร์รี่ยังคงนิ่งเฉย หันหลังให้ทำราวกับเขาเป็นแค่ธาตุอากาศ

 

“ฉันรู้ว่านายคงจะโกรธฉันมาก แค่ฉันอยากให้นายเข้าใจว่าที่ฉันทำตัวงี่เง่าเป็นเพราะฉันรักนายมาก” ปีเตอร์เอ่ยความรู้สึกที่มีต่อแฮร์รี่ออกมา “ฉันอดไม่ได้ที่จะเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกันคนเก่าคนก่อนของนาย เพราะฉันอิจฉาพวกเขา” เขากลั้นหายใจ “พวกเขาทุกคนมีดีกว่าฉันนั่นทำให้ฉันรู้สึกต่ำต้อย เหมือนกับว่าฉันไม่สามารถดูแลนายได้ดีเหมือนอย่างที่คนอื่นทำ”

 

           ความในใจพรั่งพรูออกมาจากปากของฮีโร่หนุ่ม ในตอนนั้นเขาไม่ใช่ฮีโร่ ไม่ใช่สไปเดอร์แมนอีกต่อไปแล้ว ก็แค่ผู้ชายธรรมดาๆคนหนึ่ง ที่พยายามจะอธิบายให้คนรักเข้าใจถึงความรู้สึกลึกๆ

           เขาเอ่ยมันไปหมดแล้วไม่มีอะไรค้างคาในใจอีก ที่เหลือทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับคนตรงหน้า

           ความเงียบเข้าครอบคลุมบรรยากาศระหว่างพวกเขาทั้งคู่ ปีเตอร์พูดจบไปนานแล้วแต่แฮร์รี่ยังไม่มีทีท่าว่าจะเอ่ยอะไรออกมา หัวใจของแมงมุมหนุ่มหล่นวูบ เขาคงถูกเกลียดเข้าแล้วจริงๆ บางทีมันคงถึงเวลาแล้ว เขาควรจะไปเสียที

           ในขณะที่กำลังจะตัดสินใจออกไปจากที่นี่ คุณชายออสบอร์นก็หมุนตัวหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่ยอมแม้แต่จะสบตา

 

“ก็รู้ตัวนี่นา” น้ำเสียงนุ่มนั้นฟังดูเย็นชาเหมือนแอ่งน้ำมีน้ำแข็งเกาะอยู่บนผิว

 

           เมื่อได้ยินแบบนั้นใจของปีเตอร์ดิ่งลงเหวแทบจะในทันที

 

“ฉันรู้ดี… ฉันมันห่วยแตก ฉันขอโทษ” แต่เขาก็ยังคงขอโทษ เพราะไม่มีคำไหนที่เขาจะเอ่ยออกมาได้ดีไปกว่าคำนี้อีกแล้ว

 

           ความเงียบเข้าจู่โจมถาโถมอีกครั้ง คราวนี้แฮร์รี่เป็นฝ่ายสบมองใบหน้าของคู่สนทนา แต่กลับเป็นปีเตอร์เสียเองที่พยายามจะหลบสายตาคมคู่นั้น

 

“ปีเตอร์ รู้อะไรไหม ที่ฉันยังคบกับนายเพื่อนมาจนถึงทุกวันนี้ ก็เพราะนายฉลาด จริงใจ และเป็นคนมีอารมณ์ขัน นายไม่เคยทำตัวงี่เง่า และมีเหตุผลเสมอ” น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้นราบเรียบราวกับว่าเขากำลังเล่าเรื่องราวในอดีตที่ลืมมานาน “แต่พอเราเป็นแฟนกันเหมือนนายเอาความงี่เง่าพวกนั้นมาจากไหนก็ไม่รู้ มันเหมือนทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมด”

 

           คำพูดของแฮร์รี่แทงใจดำปีเตอร์เข้าอย่างจัง ใช่… เพราะก่อนหน้าที่ความสัมพันธ์ของพวกเขาจะแปรเปลี่ยน ปีเตอร์ไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้มาก่อนเลย อิจฉา หึงหวง โทสะ และสมเพชตัวเอง

           ความรู้สึกพวกนี้มันประดังประเดเข้ามาเมื่อเขาเริ่มรู้ตัวว่า รัก’ เมื่อเขารู้ตัวว่ารักแฮร์รี่มากกว่าความเป็นเพื่อนที่มีให้กัน เขาอยากจะเอ่ยอธิบายอะไรสักอย่าง เพียงแต่ว่าแฮร์รี่ยังพูดไม่จบ

 

“แต่ถึงแบบนั้นนายก็ยังคงฉลาด จริงใจ และอารมณ์ดีอยู่เสมอ” น้ำเสียงของเขายังคงราบเรียบเช่นเดิม

 

           แฮร์รี่นิ่งเงียบไปในชั่วอึดใจ ก่อนจะเอ่ยประโยคถัดมา

 

“และนั่น… คือเหตุผลที่ฉันเลิกรักนายไม่ได้เลย”

 

           ประโยคนี้ ทำเอาใจของปีเตอร์กระตุกไหววูบ ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว ไม่ใช่เพราะความเสียใจ แต่เป็นความยินดี ชั่วขณะหนึ่งเขารู้สึกว่าตัวเองกลับมามีคุณค่าอีกครั้ง

 

“แฮร์รี่…” เขาโหยเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ดวงตาสีช็อคโกแลตเข้มสะท้อนความดีใจที่ปิดไว้ไม่มิด แขนแข็งแรงไขว่คว้าดึงคนตรงหน้าเข้าไปกอดแนบแน่น

 

           มันรู้สึกดีที่ได้สัมผัสร่างกายของคนคนนี้อีกครั้ง กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆในแบบที่เขาหลงใหล รู้สึกถึงเรือนผมเส้นเล็กสีน้ำตาลบลอนท์ที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มของเขา

 

แฮร์รี่ถอนหายใจ “นายมันงี่เง่าปีเตอร์ งี่เง่าจนบางทีฉันก็คิดว่าอยากจะเลิกอยู่เหมือนกัน” เขาพูดอยู่กับบ่าของอีกฝ่าย “แต่รู้อะไรไหม? ฉันก็ทำไม่ลงสักที”

“ฉันขอโทษ” ปีเตอร์ขอโทษอีกครั้งเขาซุกหน้าลงบนกลุ่มผมสีน้ำตาลบลอนท์ จูบที่ข้างขมับของคนในอ้อมแขนอย่างโหยหา

แฮร์รี่อดที่จะลอบยิ้มไม่ได้ “ฉันยกโทษให้” เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่นิ่มนวลต่างกับตอนแรกอย่างสิ้นเชิง

 

           หลังจากปล่อยตัวให้ถูกกอดอยู่เกือบนาที คุณชายออสบอร์นดันร่างของตัวเองออกจากอ้อมแขนแข็งแรงของคนตรงหน้าเล็กน้อย ดวงตาสีฟ้าน้ำแข็งมองสบกลับไปที่ดวงตาสีช็อคโกแลตร้อนของอีกฝ่าย

 

“คราวหน้าอย่าตีค่าตัวเองผิดๆอีก นายคือคนที่ฉันเลือกแล้ว” น้ำเสียงที่เอ่ยนั้นออกแววสงสารแกมตำหนิ “สัญญาได้ไหม?” มือเรียวลูบใบหน้าคมของอีกฝ่ายอย่างรักใคร่

 

           ถึงปีเตอร์จะงี่เง่าอยู่บ่อยครั้ง ชอบทำอะไรโง่ๆไม่ตรงกับมันสมองที่ชาญฉลาด แต่เขาก็รักปีเตอร์มากจริงๆ

 

“ฉันสัญญา” ใบหน้าคมเอียงโน้มขยับริมฝีปากจูบลงบนฝ่ามือที่สัมผัสใบหน้าของเขา

 

           ปีเตอร์กระชับวงแขนเพื่อโอบกอดคนตรงหน้าอีกครั้ง

           เขารักแฮร์รี่รักมากจริงๆ จนมีบ่อยครั้งเผลอตัวทำอะไรงี่เง่าออกไป เขามันทั้งงี่เง่าและขี้หึงหวง แต่ถึงกระนั้นแฮร์รี่ก็ยังทนอยู่กับเขา เข้าใจและไม่จากไปไหน

           เกว็นเองก็เช่นกันแม้ว่าหญิงสาวจะเป็นอดีตคนรักของเขา แต่เธอก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเขาคนหนึ่งด้วย เกว็นไม่เคยโกรธหรือเกลียดเขาที่ทั้งคู่ต้องเลิกกัน มิหนำซ้ำเธอยังคอยให้คำปรึกษาและรับฟังปัญหาของเขาอยู่เสมอ

 

           ปีเตอร์คงพูดได้แค่ว่าเขาโชคดีจริงๆที่มีทั้งคนสองอยู่เคียงข้าง

 

FIN.

----------------------------

 

Talk. คีเวิร์ดของเรื่องนี้คือ “Jealous” ที่แปลว่าหึงหวงหรืออิจฉานั่นเอง เราชอบเขียนเวลาที่ปีเตอร์ทำตัวขี้หึงและงี่เง่าค่ะ มันดูทั้งน่ารักและน่าตบไปพร้อมๆกันดี 555 ธีมเรื่องตอนนี้เลยจะออกเน้นหวานปนดราม่าหน่อยๆ เพราะฝ่ายพีทต้องคอยตามง้อคุณชาย แต่เนื่องจากเราไม่อยากยืดเรื่องมากเกินไปเลยให้คุณชายใจดียอมให้อภัยง่ายๆหน่อย อีกอย่างอยากเขียนเกี่ยวกับเกว็นเยอะๆด้วยน่ะค่ะ เราชอบอิมเมจของเธอเวลาเป็นเพื่อนสาวแสนดีคอยรับฟังปัญหามากๆเลยล่ะ

ยังไงก็จะพยายามหาอะไรมาลงเสริมเรื่อยๆนะคะ หวังว่าคงมีอะไรใสๆมาใส่ในนี้กับเขาบ้าง 555 ติชมคอมเม้นต์ไว้ได้เช่นเคยค่ะ ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร บอกกันได้เลย เรายินดีรับฟังความคิดเก็นค่า ไว้พบกันใหม่นะคะ

edit @ 26 Feb 2015 16:10:19 by AuZz

Comment

Comment:

Tweet