[TASM2 FanFiction] Short Fic : Series Thing “Shoes”

posted on 28 Jan 2015 11:47 by chura-chura-chucream in Ficion directory Fiction, Entertainment

Title : Shoes

Fandom : TASM2 (The Amazing Spider-Man 2 Movies)

Author : Ginger Juice

Genre : Romance, Comedy, Drama

Rate : PG-13

Pairing : Parksborn (Peter Parker/Harry Osborn)

Summary : รองเท้าจำเป็นต้องมีสองข้าง

Author notes : เพื่ออรรถรสในการอ่านนะคะ เนื่องจากพาร์ทนี้มีบทของแมรี่เจน วัตสัน ด้วยหลายๆคนอาจจะจินตนาการไม่ออก ขอให้จินตนาการแมรี่เจนในเวอร์ชั่นที่ ไชลีน วู้ดเลย์ เล่นค่ะ เพราะเราอยากได้สาวที่ดูเป็นนักกีฬานิดๆละนะ (หลายๆคนอาจจะไม่เคยเห็นเธอในบทนี้เพราะตัวหนังตอนที่ฉายเข้าโรงตัดบทของเธอออกไปค่ะ สามารถหาชมได้แผ่นบลูเรย์หรือคัทซีนตามที่เว็บไซต์อื่นๆลงนะคะ)

 

           เสียงนาฬิกาปลุกร้องดังสนั่นหวั่นไหวอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เนื่องจากผู้ถูกปลุกไม่ยอมลุกขึ้นมาปิดมันเสียที ร่างบนเตียงพยายามนอนคลุมโปงขดตัว เอาหมอนอุดหูด้วยความรำคาญ เขาไม่อยากลุกจากเตียง ไม่อยากตื่น แต่เมื่อนาฬิกาไม่มีทีท่าว่าจะหยุดร้อง เขาจึงต้องจำใจตื่นอย่างช่วยไม่ได้

           ปีเตอร์ พาร์คเกอร์ ลุกขึ้นจากเตียงด้วยอาการหัวเสีย เขาสะลึมสะลือและหงุดหงิดเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปปิดนาฬิกาปลุกที่แผดเสียงร้องอยู่บนโต๊ะคอมพิวเตอร์

           สาเหตุหนึ่งที่เขาต้องตั้งมันไว้ไกลขนาดนั้น เพราะว่าถ้าหากตั้งไว้ในที่ที่เขาเอื้อมถึง ปีเตอร์ต้องเผลอทุบมันพังทุกทีที่มันปลุก และจบลงโดยที่เขาตื่นสายตลอด หรือไม่ก็ป้าเมย์ต้องเป็นคนขึ้นมาตะโกนเรียกอย่างหัวเสียพร้อมๆกับเสียงบ่นในตอนเช้า

           เพราะแรงเหนือมนุษย์มนาของเขาทำให้ต้องซื้อนาฬิกาใหม่ไปไม่ต่ำกว่ายี่สิบเรือนแล้ว ดังนั้นปีเตอร์จึงแก้ปัญหาโดยการเลือกซื้อนาฬิกาที่เสียงดังกว่าเดิม และวางมันไว้ในที่ที่เขาเอื้อมไม่ถึง ซึ่งผลที่ออกมาก็ดูโอเคดี

           วันนี้ปีเตอร์ไม่มีเรียน จึงนอนตื่นสายกว่าปกติได้ อีกอย่างเมื่อคืนงานอีกด้านนึงของเขา สร้างภาระค่อนข้างหนักทีเดียว ดังนั้นวันนี้เขาจึงขอทำตัวเยี่ยงคนขี้เกียจนอนกินบ้านกินเมืองยันสิบโมงเช้า

           เขาจัดการอาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน ก่อนเดินลงมาข้างล่าง

           ป้าเมย์ไปทำงานนานแล้ว มีเพียงกระดาษโน๊ตแผ่นเล็กๆแปะไว้ที่หน้าตู้เย็นว่า ป้าทำแซนวิชเก็บไว้อยู่ในตู้เย็น เอาไปอุ่นทานได้’ ปีเตอร์มองกระดาษแผ่นนั้นก่อนจะเปิดตู้เย็นหยิบแซนวิชเอาไปอุ่นกิน พร้อมๆกับนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ไปด้วย

           ปกติแล้วปีเตอร์ไม่ค่อยสนใจข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์มากนัก เพราะข่าวส่วนใหญ่มักจะเป็นข่าวของเขา

 

           ใช่! ข่าวของเขา

 

           ก็ข่าวของสไปเดอร์แมนนั่นแหล่ะ จะอ่านไปทำไมในเมื่อเขารู้อยู่แล้วว่าเหตุการณ์มันเป็นยังไง อีกอย่างรูปบนหน้าหนังสือพิมพ์พวกนี้เขาก็เป็นคนถ่ายด้วย สรุปมีแต่งานของเขาทั้งขึ้นทั้งล่อง เขาไม่ใช่คนหลงตัวเองขนาดที่จะตามอ่านวีรกรรมของตัวเองได้ทุกวัน ข่าวที่เขาสนใจในช่วงนี้ก็คือข่าวเศรษฐกิจกับธุรกิจมากกว่า วันนี้ออสคอร์ปทำอะไรอยู่?

 

           อันที่จริงปีเตอร์ใส่ใจออสคอร์ป ก็เพราะว่าเขาใส่ใจ แฮร์รี่ ออสบอร์นต่างหาก

 

           ก็เขารักแฮร์รี่ แถมสารภาพรักไปแล้วด้วย ต่อหน้าเจ้าตัวนั่นแหล่ะ

           ปีเตอร์ยังคงจำภาพในวันนั้นได้ดี สีหน้าของแฮร์รี่ที่ดูตกใจและเต็มไปด้วยคำถามมากมาย ทันทีที่เขาสารภาพอีกฝ่ายนิ่งเงียบไป ปีเตอร์เตรียมใจรับคำด่าทอที่จะตามมา แต่ว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย แฮร์รี่ทำเพียงเดินจากเขาไปไม่แม้แต่จะพูดอะไรสักคำ

           เขาเจ็บปวดเมื่อคิดว่าถูกปฏิเสธ แต่มันก็ดีที่อีกฝ่ายรู้ว่าเขารู้สึกยังไง โล่งใจกว่าตอนที่เขาไม่ได้พูด

           แต่แล้วหลังจากหายหน้าไปหลายวันแฮร์รี่ก็กลับมา ทำเหมือนว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้น แถมไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจ โกรธ หรือตีตัวออกห่าง พวกเขายังคงไปไหนมาไหนด้วยกัน ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ปีเตอร์อยากตีความเข้าข้างตัวเองว่าแฮร์รี่ก็มีใจให้เขาเหมือนกัน แต่ไม่อยากคิดไปเองเสียก่อนถ้ายังไม่แน่ใจ

           

           ถ้าหากไม่ได้เป็นแบบนั้นล่ะก็ เขาคงเจ็บน่าดู

 

           แต่เพราะแบบนั้นแหล่ะ เขาถึงได้พยายามหยอดอีกฝ่ายอยู่ทุกวันนี่ไง จนกว่าแฮร์รี่จะยอมใจอ่อนตอบรับความรู้สึกของเขาบ้างสักครั้ง ไม่ต้องถึงขั้นรักหรอก แค่พูดว่าชอบเขาบ้างก็พอแล้ว

           จีบแฮร์รี่ไม่ง่ายเหมือนจีบผู้หญิงทั่วไป ซึ่งอันที่จริงชีวิตนี้เขาจีบผู้หญิงมากี่คนเอง ถ้าไม่นับเกว็น สเตซี่ ผู้เป็นทั้งอดีตแฟนสาวและเพื่อนรัก แล้วก็มีพนักงานเสิร์ฟร้านอาหารที่เขาไปกินเป็นประจำในตอนเช้า คนนึงอย่าว่าแต่จีบติดเลยเธอแทบจะเอาจานตีหัวเขาอยู่ร่อมร่อแล้ว ส่วนอีกคนดูมีใจให้นิดๆถ้าไม่ติดว่ามีแฟนแล้วคงสมหวังอยู่

           ปีเตอร์คิดมาตลอดว่าอันที่จริงเขาก็หล่อนะ แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงไม่ค่อยมีสาวๆเข้ามาในชีวิตเลย

           วันนี้ไม่มีข่าวเกี่ยวกับออสคอร์ปเท่าไหร่นัก ดูเหมือนว่าธุรกิจยังดำเนินไปได้ด้วยดี ปีเตอร์วางหนังสือพิมพ์ลง เขาทานแซนวิชหมดแล้วจึงได้เวลาที่จะออกไปข้างนอกเสียที ทันทีปีเตอร์เปิดประตูบ้านออกมาน้ำเสียงหวานๆก็ดังขึ้น

 

“สวัสดีปีเตอร์”

 

           แมรี่เจน วัตสัน แม่สาวหุ่นนักกีฬา ที่เพิ่งย้ายมาข้างบ้านเขาเมื่อไม่นานมานี้ เธอทักเมื่อเห็นเขาเดินออกมาจากบ้าน

 

“สวัสดีเอ็มเจ” เขายิ้ม

“จะออกไปไหนล่ะนั่น?” เธอถาม

“อ้อ พอดีมีธุระนิดหน่อยน่ะ”

 

           แมรี่เจน เป็นคนสวย มีความมั่นใจ กระฉับกระเฉง พูดจาฉะฉาน ปีเตอร์คิดว่าคุยกับเธอก็สนุกดี อันที่จริงเขาค่อนข้างชอบเธอนะ ถ้าไม่ติดว่าตอนนี้เขาชอบแฮร์รี่อยู่ ก็คงจะลองจีบดูสักครั้ง

 

“ติดรถฉันไปไหม? เดี๋ยวขับไปส่ง พอดีจะออกไปซื้อของด้วย”

“ไม่ล่ะ อย่าเลยลำบากเธอเปล่าๆ” ปีเตอร์โบกมือเป็นเชิงปฏิเสธ “ว่าแต่วันนี้เธอไม่ไปทำงานเหรอ?”

“ฉันแลกกะน่ะ จะเข้าช่วงบ่ายแทน” เธอตอบ “แล้วนี่จะไปที่ไหนล่ะ?”

“ออสคอร์ป”

“ไปดูงานเหรอ? เธอนี่ชอบวิทยาศาสตร์จริงๆเลยนะ”

“เปล่า ไปหาคนน่ะ”

“หาคน?” แมรี่เจนเลิกคิ้วสูง

“เพื่อนฉันทำงานอยู่ที่นั่น”

“แย่หน่อยนะฉันไปบรูคลิน” หญิงสาวทำหน้าเสียดาย

“ก็บอกแล้วว่าไม่เป็นไรไง” ปีเตอร์ยังคงปฏิเสธด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

“แต่จริงๆเธอติดรถฉันไปลงบรูคลินแล้วต่อรถไฟเอาก็ได้”

“ไม่ดีกว่า ยังไงก็ขอบคุณนะเอ็มเจ” เขาไม่อยากรบกวนเธอเท่าไหร่นัก อีกอย่างวันนี้ปีเตอร์อยากจะลองเดินชิวๆดูบ้าง “ฉันต้องไปแล้ว ไว้เจอกัน” เขาบอกหญิงสาวพร้อมกับโบกมือลา

“ไว้เจอกันจ้ะ” เธอโบกมือกลับเช่นกัน

 

           ปีเตอร์บอกลาแมรี่เจน เขาเดินไปรอรถไฟฟ้าใต้ดินเหมือนอย่างคนปกติทั่วไป แม้ใจจะบอกว่าอยากลองเดินชิวๆ แต่พอได้ลองเดินเอาเข้าจริงๆแล้ว เขาก็อดไม่ได้ที่จะหงุดหงิดเล็กๆ แต่ตึกรามบ้านช่องแถบนี้เตี้ยเกินจนเขาไม่อาจจะโหนใยได้อย่างใจนึก ต้องไปให้ถึงเขตตัวเมืองแมนแฮตตันเสียก่อน แล้วหลังจากนั้นเขาจะทำได้อย่างที่ใจอยาก

           การนั่งง่วงในรถไฟฟ้าใต้ดินทำให้ปีเตอร์รู้สึกเหมือนคนธรรมดามากขึ้น มันอาจจะช้ากว่าการที่เขาโหนใยไปด้วยตัวเอง แต่เขามีทางเลือกซะทีไหนล่ะ ตึกแถวนี้ไม่เอื้ออำนวยต่อชีวิตแมงมุมเลยสิให้ตาย! เอาเถอะอย่างน้อยๆเขาก็ถึงที่หมายปลอดภัยแถมไม่ต้องกังวลเรื่องสัญญาณเตือนจากสไปเดอร์เซนส์ด้วย ยกเว้นเสียแต่ว่าจะมีไอ้บ้าที่ไหนลุกขึ้นมาใช้ระเบิดจี้รถไฟก็ว่าไปอย่าง

           แม้ว่าการเดินทางในช่วงแรกค่อนข้างช้าและน่าเบื่อ แต่หลังจากที่เขาถึงแมตแฮตตันแล้วทุกอย่างก็ดูเหมือนจะรวดเร็วขึ้น ปีเตอร์ลงที่ถนนห้าสิบเจ็ด ทันทีที่ขึ้นจากรถไฟฟ้าใต้ดินเขาก็หาที่ที่พอจะใช้แปลงโฉมได้ หนุ่มเนิร์ดหายเข้าไปในซอกตึกและโลดโผนออกมาในคราบของสไปเดอร์แมนแทน

           ปีเตอร์เหมือนเด็กเก็บกดที่ได้ระบายออก ต้องโชว์ออฟเยอะๆ ต้องลีลาหลากหลาย อันที่จริงเขาน่าจะไปรับจ๊อบเสริมในคณะละครสัตว์ไม่ก็ พวกงานแสดงละครเวทีผาดโผนนะ รับรองว่าได้เป็นดาวเด่นแน่ๆ

           หลังจากแสดงให้ชาวเมืองเห็นว่าสไปเดอร์แมนยังอยู่สุขสบายดี เขาก็โหนหลบบนดาดฟ้าตึกเล็กๆใกล้กับออสคอร์ป และเปลี่ยนชุดกลับไปเป็นปีเตอร์ พาร์คเกอร์คนเดิม

           ปีเตอร์ดูนาฬิกาข้อมือ ใกล้เที่ยงแล้ว… อีกสักพักแฮร์รี่น่าจะออกมาจากตึกเพื่อไปทานมื้อกลางวัน

           เขาเคยถามแฮร์รี่ด้วยความสงสัยว่าทำไมถึงออกมาทานมื้อกลางวันข้างนอกด้วยตัวเอง เพราะความจริงแล้วระดับผู้บริหารอย่างแฮร์รี่น่าจะมีคนเตรียมอาหารไว้ให้ หรือไม่ก็มีรถยนต์ส่วนตัวขับมารับไปทานร้านสุดหรู แต่คำตอบที่ได้จากปากของแฮร์รี่ทำให้เขาอึ้ง

 

           ฉันก็มีมือมีเท้านะพีท กะอีแค่หาของกินไม่จำต้องใช้คนอื่นไปซะทุกเรื่องหรอก’

 

           ปีเตอร์ประทับใจ เขาบอกไม่ได้ว่าประทับใจอะไรบ้าง น้ำเสียงที่ประชดชันนั่น ใบหน้าสวยที่กำลังบึ้งตึงจนคิ้วเรียวขมวดเข้าด้วยกัน ดวงตาสีฟ้าน้ำแข็งที่แฝงไปด้วยความหงุดหงิดเมื่อเขาถามคำถามโง่ๆ หรือความจริงที่แฮร์รี่เป็นคนติดดินกว่าที่ตาเห็น เอาเป็นว่าอะไรที่เป็น แฮร์รี่ ออสบอร์น นั้น เขาประทับใจทั้งหมดแหล่ะ!

           เกว็นเคยบอกเขาว่าถ้าคิดจะรักก็ต้องรุกเข้าไป แต่จะจีบคนอย่าง แฮร์รี่ ออสบอร์น วิธีรุกนั้นต้องไม่ธรรมดา ต้องรีบเสนอตัวโดยที่ไม่เว้นช่วงให้อีกฝ่ายปฏิเสธ แต่ก็ต้องไม่คุกคามจนเกินไป แสดงความจริงใจให้มากที่สุด และอย่าลืมเป็นตัวของตัวเอง’ ปีเตอร์ยังคงจำสิ่งที่เกว็นบอกเขาก่อนเธอจะไปอังกฤษได้ไม่ลืม และเธอยังบอกทิ้งท้ายให้เขาอีกว่า โทรหาฉันด้วยถ้าแฮร์รี่ยอมเป็นกับแฟนเธอแล้ว’

 

“สวัสดีแฮร์รี่” ปีเตอร์ทักทายอีกฝ่าย

 

           แฮร์รี่เงยหน้ามองขึ้นไปบริเวณที่ชายหนุ่มร่างสูงเพิ่งโดดลงมา โผล่มาจากไหนกันนะ? แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครสังเกตเห็นสิ่งที่ปีเตอร์ทำเมื่อกี้นี้เลย

 

“ไม่มีงานมีการทำหรือไงปีเตอร์?”

 

           ประโยคทักทายแรกในวันนี้จากคุณชายออสบอร์น จิกกัดได้แสบทรวงไม่เปลี่ยน

 

“ขอคิดดูก่อนนะ… อื้ม วันนี้ฉันไม่มีเรียน งานก็เป็นฟรีแลนซ์ อีกอย่างช่วงนี้รูปฉันขายดี เลยไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินทองสักเท่าไหร่”

“เป็นสไปเดอร์แมนนี่ก็ว่างกว่าที่คิดนะ” ถูกเหน็บอีกครั้ง แต่คนอย่างปีเตอร์มีหรือจะแคร์พ่อแมงมุมรีบตอบกลับทันควัน

“ส่วนงานนั้น ฉันอยากให้ตำรวจนิวยอร์คได้แสดงฝีมือบ้าง จะเอาแต่พึ่งสไปเดอร์แมนก็ไม่ได้จริงไหม?” เขาอธิบาย “แฮร์รี่ลองคิดดูนะ นายคงไม่คิดว่าฉันจะเป็นสไปเดอร์แมนไปตลอดชีวิตใช่ไหมล่ะ พออายุสักห้าสิบฉันก็คงไม่มีแรงห้อยโหนเหมือนตอนหนุ่มๆแล้ว ที่สำคัญถ้าพุงเริ่มโย้ใส่ชุดรัดรูปก็จะดูไม่จืดด้วย”

แฮร์รี่หัวเราะ เมื่อเขานึกภาพตามที่ปีเตอร์พูด “ใช่ ก็คิดว่าคงดูไม่ดีเท่าไหร่”

 

           ปีเตอร์ไม่ได้โกรธเลยสักนิดที่แฮร์รี่หัวเราะไม่ยอมหยุด เมื่อนึกภาพสไปเดอร์แมนมีพุง แต่เขากลับรู้สึกดีที่แฮร์รี่ใส่ใจเขามากพอที่จะคิดตามมุขของเขาและมีความสุขไปกับมัน อีกอย่างเวลาแฮร์รี่หัวเราะมันดูน่ารักสุดๆไปเลย

 

“ไปกินกลางวัน