[TASM2 FanFiction] Short Fic : “One step at a time”

posted on 28 Jan 2015 12:15 by chura-chura-chucream in Ficion directory Fiction, Entertainment

Title : One step at a time

Fandom : TASM2 (The Amazing Spider-Man 2 Movies)

Author : Ginger Juice

Genre: Romance, Comedy

Rate : PG-13

Pairing : Parksborn, (Peter Parker/Harry Osborn)

Summary : ให้มันค่อยๆเป็นค่อยๆไป

 

           ปีเตอร์นอนไม่หลับ

           ที่จริงเขานอนไม่ค่อยหลับมาหลายคืนแล้ว แต่คืนนี้ดูจะเป็นอะไรยากกว่าปกติมาก อาจจะเป็นเพราะไม่ค่อยคุ้นชินกับสถานที่เท่าไหร่นัก

           แต่สิ่งที่สร้างความหงุดหงิดให้กับจิตใจเขามากจนถึงขั้นนอนข่มตาให้หลับไม่ได้ คงเป็นบุคคลซึ่งอยู่ในห้องนอนอีกห้องตรงกันข้ามกับห้องของเขา

 

           แฮร์รี่ ออสบอร์น… เพื่อนสนิทเพียงหนึ่งเดียวในวัยเด็กของเขา และยังเป็นคนรักของเขาด้วย

 

           พวกเขาย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันได้หลายสัปดาห์แล้ว แฮร์รี่ซื้อห้องชั้นบนสุดใน 110 Central Park South แต่ด้วยแปลนของไม่เป็นที่ถูกใจเขามากนัก เพราะมีโถงขนาดใหญ่กั้นกลางระหว่างห้องของพวกเขาทั้งคู่ ทำให้ปีเตอร์รู้สึกเหมือนพวกเขาอยู่ห่างกันคนละโลก แม้ว่าจะอยู่ในห้องอพาร์เมนเดียวกันก็ตามที จะมีดีก็แค่มันไม่มีห้องหับเยอะแยะเหมือนเขาวงกตไม่งั้นปีเตอร์คงต้องหลงอยู่ในบ้านตัวเองแหงๆ

           แล้วเตียงบ้านี่ก็ใหญ่เกินไป จริงอยู่ว่ามันทั้งใหญ่ ทั้งนิ่ม และนอนสบายเป็นที่สุด แต่มันจะมีค่าอะไรถ้าเขาต้องนอนเพียงลำพัง

           ปีเตอร์พลิกตัวไปมาสองสามครั้ง พยายามจะหามุมที่คิดว่าน่าจะสามารถทำให้เขานอนหลับได้ แต่ก็ไม่มีเลย แมงมุมหนุ่มผุดลุกผุดนั่งอยู่หลายรอบจนเวลาล่วงเลยผ่านไปหลายชั่วโมง เขาก็ยังไม่อาจจะข่มตาหลับได้

 

           สุดท้ายเขาก็เลยตัดสินใจทำในสิ่งที่แปลกประหลาดมากที่สุด

 

           ปีเตอร์ยืนมองผลงานของตัวเองด้วยความชื่นชม ทำไมเขาถึงคิดวิธีนี้ไม่ออกตั้งแต่แรกนะ มัวแต่โง่อยู่ได้ตั้งนาน พอมาเห็นแบบนี้แล้วเพิ่งรู้ว่าเขาเองก็มีหัวศิลปะพอสมควรอยู่เหมือนกัน

           แต่ไม่ต้องบอกเลยว่าแฮร์รี่จะหัวเสียแค่ไหนถ้าเห็นสิ่งนี้ แต่อย่างน้อยๆมันก็ทำให้เขารู้สึกดีกว่านอนบนเตียงนิ่มๆนั่น

 

           ตราบใดที่แฮร์รี่ไม่เห็นก็ไม่มีวันรู้ว่าเขาทำอะไรลงไป

 

           ปีเตอร์ตื่นขึ้นมาในตอนเช้า เขาเหวี่ยงตัวลงจากที่นอนชั่วคราวที่เขาเพิ่งเป็นคนทำเองเมื่อคืน เดินลงมาที่ห้องครัวชั้นล่างโดยที่ไม่แม้แต่จะล้างหน้าหรือแปรงฟัน ยังขี้เกียจเกินไป’  เขาบอกกับตัวเองแบบนั้น

 

“อรุณสวัสดิ์ปีเตอร์”

 

           น้ำเสียงนุ่มเอ่ยขึ้นทักทาย แฮร์รี่ตื่นก่อนนานแล้ว อีกฝ่ายอยู่ในชุดสูทเต็มยศพร้อมที่จะออกไปทำงาน ในมือถือแก้วกาแฟ บนโต๊ะตรงหน้าที่หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งกางอยู่

 

ปีเตอร์นั่งลงที่เก้าอี้ตรงกันข้าม “รุณ‘หวัด” เขางัวเงียตอบกลับไป

“ตื่นเช้ากว่าที่คิดนะ” แฮร์รี่ละสายตาจากหนังสือพิมพ์ขึ้นมามองคู่สนทนา “หลับสบายไหม?”

“เอ่อ… ก็… ดี” เขาตอบตะกุกตะกัก จะบอกได้ยังไงว่านอนไปแค่ไม่กี่ชั่วโมงเพราะเตียงกว้างเกินไปเลยทำให้นอนไม่ค่อยหลับ

 

ดวงตาสีฟ้าน้ำแข็งจ้องมองคู่สนทนาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจละออกไป มือเรียวพับหนังสือพิมพ์และคว้ามันติดมือไปด้วย “ฉันต้องไปแล้ว” เขาเดินอ้อมมาทางฝั่งที่ปีเตอร์นั่งอยู่ “ฝากล้างแก้วกาแฟให้ด้วยได้ไหม?” พูดจบริมฝีปากอิ่มบรรจงจูบเบาๆไปที่แก้มของอีกฝ่าย คนถูกจูบผยักหน้ารับช้าๆอย่างเข้าใจ “ถ้าจะออกไปอย่าลืมล็อคประตูล่ะ”

“อื้อ” เขาตอบรับเสียงเบา

 

           วันนี้ปีเตอร์มีเรียนบ่าย ดังนั้นเขาจึงว่างทั้งช่วงเช้า เพราะงั้นขอนอนต่ออีกสักหน่อยก็แล้วกัน

           คิดได้แบบนั้นพ่อแมงมุมก็ลากขาเดินไปยังห้องรับแขก และทิ้งตัวลงบนโซฟาตัวใหญ่ เขาได้แต่หวังว่าคาบเรียนตอนบ่ายจะไม่น่าเบื่อเกินไป ไม่งั้นเขาคงต้องเผลอหลับแน่ๆ

 

           ทำยังไงเขาก็ข่มตานอนบนเตียงนั่นไม่ได้อยู่ดี

 

           คาบบ่ายไม่ได้น่าเบื่อเท่าไหร่นัก เขาไม่หลับเลยด้วยซ้ำ ตอนนี้เพิ่งจะห้าโมงแฮร์รี่น่าจะยังไม่เลิกงาน ถ้าระหว่างทางไม่มีเรื่องอะไรเขาคงจะได้กลับบ้านเร็วขึ้น และได้กลับไปนอนเร็วขึ้นด้วย อย่างน้อยๆก็ชดเชยในส่วนของหลายคืนที่ผ่านมา

           ทันทีที่กลับมาถึงห้องเขาก็รีบตรงดิ่งไปยังห้องนอนของตัวเอง ยังพอมีเวลาก่อนแฮร์รี่จะกลับมา

 

           แต่แล้วจู่ๆสไปเดอร์เซนส์ของเขาก็ส่งสัญญาณแปลกๆที่ไม่น่าไว้ใจ

 

           และปีเตอร์ก็รับรู้ได้ในทันทีเมื่อเขาเดินมาถึงห้องนอนของตัวเอง

 

“ปีเตอร์… นายจะช่วยอธิบายหน่อยได้ไหมว่านั่นคืออะไร?” น้ำเสียงนุ่มเรียบเหมือนผืนน้ำบัดนี้มันฟังดูเย็นและแข็งกระด้างจนคนฟังรู้สึกขนลุก

“เอ่อ….”

 

           ปีเตอร์ได้แต่ยืนตะลึง กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขามองใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่ายที่กำลังแสดงออกถึงความไม่พอใจอย่างชัดเจน

           แฮร์รี่ยืนอยู่หน้าประตูห้องของเขาที่เปิดกว้าง มองเห็นใยแมงมุมสีขาวสานเรียงติดกันขึงอยู่รอบห้องราวกับเป็นรังขนาดใหญ่เป็นแบล็คกราวน์ ปีเตอร์สาบานว่าเขาจะไม่มีวันลืมภาพนี้ไปอีกเลยตลอดชีวิต

 

           ถ้าแฮร์รี่ไม่รู้ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าแฮร์รี่รู้นั่นหมายถึงหายนะมาเยือน

 

           ปีเตอร์อยู่ระหว่างกำลังเดินกลับห้อง ตอนนี้ก็ผ่านมาแล้วสองวันหลังจากวันที่แมงมุมหนุ่มโดนคลื่นพายุโกรธของคุณชายออสบอร์นเหวี่ยงไปลูกใหญ่ๆ เขาจำต้องรื้อรังที่แสนจะภาคภูมิใจออกตามบัญชาของคนรักทั้งน้ำตา อันที่จริงเขาก็ไม่ได้ร้องไห้อะไรหรอก แค่รู้สึกเสียดายก็เท่านั้น

           พ่อแมงมุมจำใจต้องกลับไปนอนบนเตียงใหญ่นั่นอย่างช่วยไม่ได้ จะนอนในห้องรับแขกก็ไม่ได้อีก เพราะคุณชายออสบอร์นย่อมต้องไม่ยอมแน่ๆ เขาได้แต่ลอบถอนหายใจ พลางไขกุญแจเมื่อกลับมาถึงประตูหน้าห้อง

 

“ปีเตอร์ตามมานี่หน่อยได้ไหม?”

 

           ทันทีที่เปิดประตูเข้ามาถึงแมงมุมหนุ่มก็ต้องแปลกใจ เมื่อพบว่าคนรักของเขากำลังยืนรออยู่ตรงหน้าบันไดทางขึ้นชั้นสองพร้อมๆกับเรียกให้เขาเดินตามขึ้นไป

           แม้ว่าจะสงสัยแต่ปีเตอร์ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องตามขึ้นไปดู นี่เขาทำอะไรผิดอีกเหรอเปล่านะ?’ เขาได้แต่ถามตัวเอง

           แต่ทันทีที่เข้ามาถึงในห้องนอนปีเตอร์ก็ต้องพบกับความประหลาดใจ

           เตียงนอนหายไปแล้ว! มันถูกแทนที่ด้วยเก้าอี้นอนตัวใหญ่สีเทาควันบุหรี่ ถึงจะตัวใหญ่แต่ก็ยังเล็กกว่าเตียงควีนไซส์ที่เขาเคยมีมากทีเดียว

 

“นายเอาแต่บ่นว่าเตียงกว้างไปนอนไม่สบาย” แฮร์รี่เว้นช่วงพูดราวกับว่าพยายามจะอธิบาย “ฉันเลยคิดว่าถ้าเป็นเก้าอี้แบบนี้น่าดีกับนายมากกว่า”

ปีเตอร์อ้าปากค้าง “พระเจ้า… แฮร์รี่ นายไม่เห็นต้องทำขนาดนี้เลย”

“ไม่งั้นนายก็จะนอนขึงใยอยู่กลางอากาศอีกน่ะสิ”

แมงมุมหนุ่มหัวเราะทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบ “นายก็รู้ว่านั่นเป็นนิสัยของฉันไปแล้ว” เขาพูดติดตลก

“พีท… ฉันจะไม่ยอมให้บ้านของเรากลายเป็นแบบในหนังสยองขวัญทุนต่ำหรอกนะ”

 

           คิ้วเรียวยาวขมวดเข้าหากัน ราวกับว่าเขากำลังหงุดหงิด และไม่เห็นว่าการพยายามสร้างรังแมลงในเพนเฮ้าท์สุดหรูจะเป็นเรื่องที่ดีนัก

 

ปีเตอร์อมยิ้ม มือแกร่งดึงคนตรงหน้าเข้ามากอดไว้หลวมๆ “ฉันไม่มีปัญหาที่จะต้องนอนบนเตียงใหญ่ๆ ถ้าเตียงนั้นมีนายนอนอยู่ด้วย” น้ำเสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่ว

“โอ้…” แฮร์รี่ดันตัวออกพลางจ้องหน้าอีกฝ่าย

“แฮร์รี่ ถ้าเรา…”

“อย่าปีเตอร์! ฉันรู้ว่านายจะพูดอะไรแต่ว่าฉันขอบอกเลยว่าไม่ได้”

“โธ่… ไม่เอาน่าแฮร์รี่!” เขาเอ่ยเสียงอ่อยทันทีเมื่อถูกปฏิเสธ

แฮร์รี่กลั้นหายใจ “ฉันยังไม่พร้อม” เขาเริ่มต้นพูด “ฉันไม่อยากให้เรารีบร้อนจนเกินไป อยากให้มันค่อยๆเป็นค่อยๆไปมากกว่า”

 

           ปีเตอร์รู้สึกหงุดหงิดอย่างเสียไม่ได้ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายถึงได้ดื้อดึงแบบนี้

 

“เราย้ายมาอยู่ด้วยกันจะเกือบเดือนแล้วนะแฮร์รี่ มันจะมีประโยชน์อะไรถ้าอยู่ด้วยกันแล้วต้องนอนแยกห้องแบบนี้” เขาพูดด้วยอารมณ์ขุ่นมัว “หรือว่านายรังเกียจฉัน?”

แฮร์รี่พยายามจะอธิบาย “คือ… มันไม่ใช่ ฉัน… โอ้ยยย” แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สามารถหาคำตอบที่ดีได้ คุณชายออสบอร์นดันตัวออกจากอ้อมแขนแข็งแรงของพ่อแมงมุม ก่อนจะทิ้งตัวลงไปนั่งบนเก้าอี้ยาวตัวใหม่

 

           เมื่อปีเตอร์เห็นกริยาแบบนั้นของอีกฝ่ายเขาก็อดที่จะตกใจไม่ได้ แฮร์รี่ดูไม่เป็นตัวของตัวเองเลย ดูราวกับว่ากำลังสับสนอะไรบางอย่าง

           เขาสงสัยมาตลอดว่าทำไมแฮร์รี่ถึงไม่ยอมที่นอนห้องเดียวกับเขามันเป็นแบบนี้อยู่หลายครั้งตั้งแต่ก่อนพวกเขาจะย้ายมาอยู่ด้วยกันเสียอีก

           กิจกรรมอย่างว่าก็ผ่านมาแล้ว เรียกได้ว่าเห็นทุกซอกทุกมุมของกันและกัน จนไม่มีอะไรให้ต้องเขินอายอีก แต่แฮร์รี่ก็ไม่ยอมที่จะค้างคืนหรือให้เขาค้างคืนเด็ดขาด

           นั่นยิ่งทำให้ปีเตอร์อยากรู้ถึงเหตุผลว่าทำไม และอะไรที่ทำให้แฮร์รี่ดูหงุดหงิดไม่เป็นตัวของตัวเองขนาดนี้

 

เขานั่งเคียงข้างคนรัก “เฮ้… ไม่เอาน่าใจเย็นๆ” โอบไหล่บางอย่างปลอบใจ “ฉันก็แค่อยากรู้… นายก็รู้ว่าฉันมันโง่กับเรื่องแบบนี้ ถ้านายไม่พูดมาตรงๆฉันก็ไม่เข้าใจหรอกนะ”

 

           ความเงียบเขาครอบคลุมพวกเขาทั้งสองคน แฮร์รี่ยังคงนิ่งเงียบไปหลายนาที ซึ่งปีเตอร์ก็ทำได้เพียงแค่รอฟังเท่านั้น

           จนกระทั่งในที่สุดริมฝีปากคู่นั้นก็เผยอขึ้น พรั่งพรูคำพูดมากมายออกมา

 

“คือ… พีท… ฟังนะฉันแค่ยังไม่ชินกับการมีคนนอนข้างๆเวลาหลับ แต่ไหนแต่ไรที่ผ่านมาฉันไม่ไม่เคยมีความสัมพันธ์แบบนี้… แบบที่เราเป็น” ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงมองฝ่ามือของตัวเอง “มันจะต้องดูแย่ๆแน่ๆ ถ้านายตื่นขึ้นมาก่อนฉัน” มือเรียวทั้งสองยกขึ้นมาปิดใบหน้าไว้ ปีเตอร์ว่ามองห็นแก้มขาวๆ และใบหูเรียวนั้นเจือสีแดงระเรื่อ

 

           ปีเตอร์เข้าใจได้ในทันที ที่ผ่านมาแฮร์รี่ไม่เคยจริงจังกับใคร ทุกคนที่เข้ามาล้วนเป็นความสัมพันธ์แบบฉาบฉวยแค่ชั่วข้ามคืน เขาเป็นคนแรกที่แฮร์รี่ยอมรับและรักษาความสัมพันธ์ระยะยาวไว้

           แฮร์รี่ ก็คือ แฮร์รี่ ยังคงเป็นคุณชายออสบอร์นผู้สูงศักดิ์ ทุกอย่างจะต้องเฟอร์เฟ็ค ดูดีทุกกระเบียดนิ้ว ปีเตอร์เดาออกเลยว่าคนตรงหน้ากำลังกลัวการถูกเห็นในภาพลักษณ์ที่แตกต่างออกไป

 

ปีเตอร์ยิ้ม “แฮร์รี่” เขาดึงมือเรียวคู่นั้นที่ปิดอยู่บนหน้าของอีกฝ่ายออกและกุมมันไว้หลวมๆ “ต่อให้นายนอนน้ำลายยืด หรือผมเผ้าเป็นกระเชิงฉันก็ยังรักนายอยู่ดี”

“นั่น… มัน… ซาบซึ้งมาก” แฮร์รี่รู้สึกเขินอายขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เขาเผลอตัวกัดริมฝีปากล่างของตัวเอง

“งั้นเราควรจะ…”

“ไม่ปีเตอร์ ยังไม่ใช่ตอนนี้” เมื่อพ่อแมงมุมพูดเรื่องนี้ขึ้นมาอีกเขาจึงต้องรีบขัดโดยด่วน

 

           ปีเตอร์หัวเราะขึ้นมาทันที ก็แค่อยากลองแกล้งดูก็เท่านั้นแต่ดูเหมือนว่าแฮร์รี่จะไม่ยอมจริงๆ

 

“โอเค ถ้านายพร้อม ก็บอกฉันได้ตกลงไหม?” เขาลูบมือเย็นๆคู่นั้นอย่างแผ่วเบา “ฉันไม่ได้อยากให้มันเป็นการบังคับกัน”

“ก็ได้” ตอบเสียงแผ่ว จนคนเสนออดที่จะลอบยิ้มไม่ได้

“แต่เรายังทำแบบนั้น… อยู่ได้ใช่ไหม?” รอยยิ้มทะเล้นปรากฏขึ้นบนใบหน้าคม ดวงตาสีช็อคโกแลตมองสื่ออย่างมีความหมาย

 

           แฮร์รี่เข้าใจถึงคำว่า ‘ทำแบบนั้น’ ของปีเตอร์ได้เป็นอย่างดี

 

“ใช่ เรายังทำได้” เขายิ้มตอบ

พ่อแมงมุมโน้มตัวเข้าแนบชิดอีกฝ่ายแขนแข็งแรงไปเปลี่ยนเป็นโอบอยู่รอบเอวคอดแทน “งั้น… ประเดิมเก้าอี้ตัวใหม่เลยเป็นไง?” กระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มมีเสน่ห์

คุณชายออสบอร์นหัวเราะทันควัน “ไม่เอาน่า…”

“ไม่ดีเหรอ? เราจะได้รู้ว่ามันทนทานพอจะรับแรงกระแทกได้จริงๆหรือเปล่า?” ประโยคที่ฟังดูลามกถูกเอ่ยออกมาจากริมฝีปากที่ถูกแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มร้ายกาจ

 

           คุณชายออสบอร์นหรี่ตามองอีกฝ่าย เขาอดไม่ได้ที่จะคิดว่า ‘ให้ตายเถอะสายตานี่มันดูฮอตเป็นบ้า’ ยามเมื่อจ้องมองดวงตาคมสีช็อคโกแลตร้อนคู่นั้น มันทำเขาจะไม่มีทางเลือกนอกเสียจากต้องปล่อยให้พ่อแมงมุมหนุ่มทดสอบความแข็งแรงของเก้าอี้

 

“ถ้ามันเปื้อนเราจะเอาไปคืนไม่ได้นะ”

“ไม่ต้องห่วงฉันไม่ทำเลอะเทอะอยู่แล้ว”

 

           ความเป็นจริงแล้วปีเตอร์ไม่ได้สนเลยว่า มันจะเป็นเก้าอี้นอนหรือเตียงนอน ต่อให้นอนบนพื้น นอนในป่าหรือกลางอากาศเขาก็ไม่สน ถ้าขอแค่มีแฮร์รี่อยู่ด้วยก็พอแล้ว แต่ก็นั่นแหล่ะเรื่องของอนาคตไว้ก่อน…

 

           เพราะตอนนี้เขาชักอยากจะรู้แล้วว่าเก้าอี้ตัวนี้จะทนรับแรงได้สักแค่ไหนกันเชียว

 

FIN.

----------------------------

 

Talk. ฟิคเรื่องนี้ไม่มีอะไรมากเลย ความจริงแล้วตั้งใจจะเขียนเพื่อลงในหัวข้อของทวิต Marvel_weekly โดยเฉพาะ แถมอยากลองเขียนเกี่ยวกับห้องนอนด้วย แล้วก็อยากลองเขียนคุณชายออสบอร์นในมุมที่ซึนๆดูบ้าง ประมาณว่าไม่อยากให้ใครเห็นความไม่เฟอร์เฟ็คของตัวเองค่ะ ยิ่งเป็นคนที่รักเนี่ยยิ่งไม่อยากให้เห็นเข้าไปใหญ่ เพราะความประหม่าเขินอายที่มีมากไปนั่นเอง

ถ้าชอบหรือไม่ชอบอะไร คอมเม้นต์บอกไว้ได้เช่นเคยนะคะ ไว้พบกันใหม่ค่ะ

Comment

Comment:

Tweet