[TASM2 FanFiction] Ficlet : “If you don't feel anything”

posted on 28 Jan 2015 12:01 by chura-chura-chucream in Ficion directory Fiction, Entertainment

Title : If you don't feel anything

Fandom : TASM2 (The Amazing Spider-Man 2 Movies)

Author : Ginger Juice

Genre : Romance, Drama

Rate : PG-13

Pairing : Parksborn (Peter Parker/Harry Osborn)

Summary : ถ้าเธอยังรู้สึกมาเริ่มกันใหม่อีกสักครั้ง

Author notes : แรงบันดาลใจมาจากเพลง “ถ้าเธอไม่รู้สึก” ของ STAMP ค่ะ

 

           ปีเตอร์ละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์และจ้องมองข่าวในจอโทรทัศน์ทันทีที่ได้ยินว่า

 

           ‘ทายาทออสคอร์ป แฮร์รื่ ออสบอร์น กลับมารับช่วงต่อของบริษัท’

 

           แฮร์รี่ ออสบอร์นเพื่อนสนิทในวัยเด็กเพียงคนเดียวของเขา

 

           ปีเตอร์ไม่ได้พบแฮร์รี่มานานมากแล้วราวๆแปดปีได้ เขาจำได้ดีว่าพวกเขาทั้งคู่เคยสนิทกันมาก จนกระทั่งแฮร์รี่ลาออกจากโรงเรียนและถูกส่งไปอยู่โรงเรียนประจำในต่างประเทศ

           เขาไม่เคยลืมเพื่อนในวัยเด็กคนนี้ได้เลยสักครั้ง สำหรับปีเตอร์แฮร์รี่ยังคงเป็นเพื่อนสนิทที่สุดคนหนึ่งที่เขามี

 

           เพียงแต่ปีเตอร์ไม่มั่นใจว่าแฮร์รี่ยังจะรู้สึกเหมือนเดิมอย่างที่เขารู้สึกหรือไม่

 

           พวกเขาไม่ใช่เด็กๆอีกต่อไปแล้ว และก็ไม่ได้พบกันมานานมาก ความสัมพันธ์ย่อมต้องไม่แน่นแฟ้นเหมือนเดิม

           เขาได้แต่หวังว่าแฮร์รี่ยังคงรู้สึกเหมือนเดิมไม่ได้เปลี่ยนไป แม้ว่ามันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยก็ตามที

           ปีเตอร์รู้จักแฮร์รี่มาตั้งแต่สี่ขวบ มีอยู่วันหนึ่งที่ริชาร์ตพ่อของเขาพาเขามาที่บริษัทที่พ่อทำงานอยู่ ออสคอร์ป นั่นแป็นครั้งแรกที่ปีเตอร์ได้พบกับ นอร์แมน ออสบอร์น ผู้บริหารและเป็นผู้ก่อตั้งออสคอร์ปและลูกชายของนายนอร์แมนซึ่งก็คือ แฮร์รี่

           ปีเตอร์ยอมรับว่าแว่บแรกที่เขาเห็นหน้าแฮร์รี่เขานึกว่าอีกฝ่ายเป็นเด็กผู้หญิง แต่จนกระทั่ง นอร์แมน ออสบอร์น แนะนำนั่นแหล่ะเขาถึงรู้ว่าแฮร์รี่เป็นเด็กผู้ชาย การพบกันครั้งของพวกเขาทั้งคู่ไม่ราบรื่นเท่าไหร่นัก แฮร์รี่ไม่เปิดใจให้เขากับพ่อของเขาเลยแม้แต่น้อย ในตอนนั้นเขาอยากเป็นเพื่อนกับแฮร์รี่จริงๆ แม้ว่าแฮร์รี่จะไม่ได้คิดแบบนั้นก็ตามที

           เขาพยายามวนเวียนเข้าไปอยู่ใกล้ทุกครั้งที่เจอแฮร์รี่ และบ่อยครั้งที่เขาพยายามอ้อนวอนขอร้องให้พ่อพาเขาไปที่บริษัท ปีเตอร์สัญญาว่าจะไม่ทำให้พ่อเดือดร้อน เขาเพียงแค่อยากพบแฮร์รี่อีกสักครั้ง แม้จะรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้แต่เขาก็ไม่เคยล้มเลิก ปีเตอร์พยายามอยู่เป็นเดือนจนในที่สุดพ่อก็ยอมใจอ่อนให้แม่ไปรับเขาหลังจากโรงเรียนเลิกเพื่อพามาส่งที่ออสคอร์ปทุกวัน

           แฮร์รี่เรียนโฮมสคูลดังนั้นจึงไม่ได้ไปโรงเรียนอนุบาลแบบเขา มีหลายวันที่เขาไปแล้วไม่ได้เจอแฮร์รี่ แต่ถ้าวันไหนที่เจอเขาก็อดไม่ได้ที่ต้องเข้าไปหาทั้งๆที่รู้ว่าแฮร์รี่จะต้องตะเพิดเขากลับมา แม้ว่าจะรู้สึกแย่ที่ถูกอีกฝ่ายตวาดใส่หรือทำเฉยเมยในบางครั้ง แต่อย่างน้อยๆแฮร์รี่ก็ไม่ได้แกล้งเขาแรงๆอย่างที่เด็กคนอื่นๆในโรงเรียนทำ

           เด็กคนอื่นๆที่โรงเรียนไม่ค่อยจะชอบเขาเพียงเพราะแค่เขาฉลาดกว่า แต่แฮร์รี่ไม่เป็นแบบนั้นพวกเขาค่อนข้างจะเหมือนกัน แฮร์รี่เองก็ฉลาดมาก อีกฝ่ายบอกปีเตอร์ว่าตัวเองนั้นฉลาดมากเสียจนไม่จำเป็นที่ต้องไปเรียนที่โรงเรียน การจ้างครูมาสอนเองที่บ้านได้ประสิทธิภาพมากกว่า แฮร์รี่มักจะเล่าเรื่องต่างๆ เรื่องอาหารการกิน เรื่องเสื้อผ้า เรื่องครูส่วนตัว หรือแม้แต่ของเล่น ซึ่งเขาเองก็ได้แต่รับฟังด้วยความสนอกสนใจ เพราะไม่เคยรู้มาก่อน

           มีบ่อยครั้งเวลาเขาตั้งใจฟังที่แฮร์รี่พูด จู่ๆแฮร์รี่ก็จะหยุดไปเสียเฉยๆ ทำหน้าง้ำงอไม่ยอมเล่าต่อ แม้ว่าเขาจะคะยั้นคะยอแค่ไหนก็ตาม เป็นอีกเรื่องที่ปีเตอร์ไม่เคยจะเข้าใจเหตุผลเลยจริงๆ

           พวกเขาแตกต่างกันอยู่หลายอย่าง ทั้งหน้าตา ฐานะ การใช้ชีวิต ความชอบ แต่ก็มีหลายอย่างที่เหมือนกันอย่างไม่น่าเชื่อคือพวกเขาทั้งคู่เป็นเด็กฉลาดเกินวัย และมีที่ครอบครัวไม่สมบูรณ์

           แฮร์รี่บอกเขาว่าสูญเสียแม่ตั้งแต่ตอนที่เกิด จึงไม่มีความทรงจำเรื่องแม่เลยไม่ได้เสียใจนักเวลาที่นึกถึงแม่ แต่ถึงแฮร์รี่จะพูดแบบนั้นปีเตอร์ก็สัมผัสได้ว่าสีหน้าของแฮร์รี่ดูเศร้าลงเล็กน้อย เขาไม่อาจจะเข้าใจความรู้สึกของการสูญเสีย

           จนกระทั่งตอนอายุหกขวบที่ปีเตอร์สูญเสียพ่อกับแม่ไปจากเหตุการณ์เครื่องบินตก หลังจากที่พ่อกับแม่พาเขามาทิ้งไว้ที่บ้านของลุงและป้าเพียงแค่วันเดียวเท่านั้น

           เขาเสียใจเกินกว่าอะไรทั้งนั้น ปีเตอร์ได้เรียนรู้ถึงคำว่าสูญเสียเป็นครั้งแรกในชีวิต เขาเอาแต่ร้องไห้ ไม่ยอมไปโรงเรียน ไม่ยอมกินอาหารอยู่หลายวันจนต้องเข้าโรงพยาบาล ปีเตอร์รู้ดีว่าเขาไม่สมควรทำแบบนั้น แต่ในเวลานั้นเขานึกอะไรไม่ออก เขาแค่อยากจะตายตามพ่อกับแม่ไป จะไม่ต้องทนอยู่คนเดียวบนโลกใบนี้

           แต่ลุงเบนกับป้าเมย์ก็ไม่ได้ถือโทษโกรธที่เขาทำแบบนั้นเลยแม้แต่น้อย ทันทีที่เขาฟื้นขึ้นมาในโรงพยาบาลทั้งคู่รีบวิ่งเข้ามากอดเขาไว้แน่น น้ำตาไหลอาบแก้มของสองสามีภรรยา มันทำให้เขารู้สึกผิดจนต้องร้องไห้และเอ่ยขอโทษออกมา ปีเตอร์ให้สัญญากับลุงและป้าในวันนั้นว่าเขาจะไม่ทำแบบนี้อีก

           แม้ว่าลุงกับป้าจะรักและเอ็นดูเขาเหมือนลูกแท้ๆ แต่อย่างไรเสียทั้งคู่ก็ไม่ใช่พ่อกับแม่ของเขา ปีเตอร์ได้แต่เก็บความเศร้าไว้ในใจและฝืนยิ้มออกมาเพื่อให้สองสามีภรรยาสบายใจขึ้น

           และในตอนนั้นเองแฮร์รี่ก็เข้ามา แถมเป็นฝ่ายเข้ามาหาเขาเป็นครั้งแรก หลังจากที่เขาคอยเป็นฝ่ายเข้าหาแฮร์รี่มาตลอดสองปีเต็ม

           เด็กชายมาปลอบใจเขาถึงที่บ้าน เป็นครั้งแรกที่ปีเตอร์รู้สึกยินดีและปลื้มปิติอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนเลยในชีวิต เขาจำได้ว่าเขาร้องไห้ออกมาทันทีที่แฮร์รี่เอ่ยปากแสดงความเสียใจ นั่นสร้างความรู้สึกกดดันให้กับอีกฝ่ายมากพอสมควร

           ปีเตอร์ยังคงจดจำสีหน้าที่ลำบากใจและร้อนรนของแฮร์รี่ได้เป็นอย่างดี อีกฝ่ายทำตัวไม่ถูกเมื่อเห็นเขาร้องไห้แม้ว่าตอนนั้นดวงตาของเขาจะพร่ามัวไปด้วยน้ำตาก็ตามที แต่เขาก็ยังจดจำมันได้อย่างชัดเจน

 

           หลังจากวันนั้นแฮร์รี่ก็เปิดใจให้เขามากขึ้น จนพวกเขากลายเป็นเพื่อนสนิทกัน

 

           แฮร์รี่เคยอยู่เคียงข้างเขาในวันที่พ่อแม่ของเขาจากไป แฮร์รี่เคยอยู่เคียงข้างเขาในวันที่ไม่มีเด็กคนไหนต้องการเป็นเพื่อนกับเขา แฮร์รี่เคยอยู่เคียงข้างเขาในวันที่เขาท้อแท้เกินกว่าจะลุกขึ้นยืนได้อีก แฮร์รี่เคยอยู่เคียงข้างคอยฉุดเขาให้ลุกขึ้นยืน

           สำหรับปีเตอร์ อีกฝ่ายเป็นเหมือนจิกซอว์ชิ้นสำคัญ ถ้าไม่มีแฮร์รี่เขาอาจจะไม่มีวันต่อภาพชีวิตให้ครบสมบูรณ์ได้อย่างทุกวันนี้

 

           พวกเขาได้พบกันอีกครั้ง

           ปีเตอร์รู้สึกตื่นเต้นเมื่อเขาเห็นแฮร์รี่ แม้ว่าเขาจะเคยเห็นอีกฝ่ายจากทางโทรทัศน์หรือนิตยสาร แต่ว่าแฮร์รี่ตัวจริงดูดีมากกว่าภาพตามสื่อต่างๆเสียอีก

           ความรู้สึกในตอนนี้มันเหมือนกับตอนที่เขาได้พบแฮร์รี่เป็นครั้งแรกเมื่อในอดีตวัยเยาว์

 

           มันมีช่องว่างระหว่างพวกเขา

 

           เหมือนมีกำแพงบางๆกั้นอยู่ระหว่างแฮร์รี่กับเขา

           แฮร์รี่ดูเปลี่ยนไป ดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ทั้งท่าทาง น้ำเสียง การวางตัว

 

           แค่เพียงบันไดกั้นแต่ราวกับว่าพวกเขาอยู่กันคนละโลก

 

           ปีเตอร์รู้สึกว่าแฮร์รี่ดูอึดอัดที่จะต้องสนทนากับเขา นั่นสร้างความอึดอัดให้เขาด้วยเช่นกัน

           เมื่อแฮร์รี่เอ่ยปากบอกว่ากำลังติดประชุม ปีเตอร์รู้สึกแย่ขึ้นมาในทันที เขาอาจจะไม่สมควรมาที่นี่มันคงจะมาผิดที่ผิดเวลา เขาตัดสินใจที่จะบอกลา ก่อนจะเดินจากไปคำพูดมากมายพรั่งพรูออกมาจากส่วนลึกในใจ

 

           เขาดีใจที่ได้พบกับแฮร์รี่อีกครั้ง แม้ว่าแฮร์รี่จะไม่ได้รู้สึกเหมือนเดิมเช่นดังที่เขารู้สึก

 

           ปีเตอร์เข้าใจดีว่าแฮร์รี่ยังไม่พร้อมที่จะพูดคุย อีกฝ่ายเพิ่งจะสูญเสียพ่อไป อีกทั้งต้องมารับช่วงต่อบริษัท คงมีเรื่องมากมายที่ต้องสะสาง

           เขาเดินออกห่างจากคนตรงหน้าไปเรื่อยๆและหันหลังกลับไปที่ประตูไม้บานใหญ่ ปีเตอร์ไม่รู้ว่าถ้าหากวันนี้ เขาเดินออกจากประตูบานนี้ไป เขาจะมีโอกาสได้พบกับแฮร์รี่อีกไหม

 

           มันอาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายของเขา

 

“นายถอดเหล็กดัดฟันออกแล้ว”

 

           ปีเตอร์หยุดนิ่งอยู่กับที่

 

“ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรเด่นไปกว่าคิ้วต่อของนายแล้วสินะ”

 

           ปีเตอร์ยิ้มออกมา นั่นแหล่ะ แฮร์รี่ ออสบอร์น คนเดิมกลับมาแล้ว

           มันหมายความว่าแฮร์รี่ยังคงรู้สึกกับเขาเหมือนเดิม เหมือนที่เขายังคงรู้สึก

 

           ระหว่างพวกเขาไม่ได้เปลี่ยนไปเลย

 

FIN.

----------------------------

 

Talk. ฟิคเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจมากจากเพลง “ถ้าเธอไม่รู้สึก” ของพี่แสตมป์ค่ะ ฟังครั้งแรกแล้วก็ชอบเพลงนี้มาก ตอนที่ฟังนี่เห็นภาพในหนังตอนที่ปีเตอร์เจอแฮร์รี่หลังจากที่ไม่ได้เจอมาแปดปีไหลออกมาเป็นฉากๆเลยแหล่ะ 555

จริงๆปกติก็เป็นติ่งพี่แสตมป์อยู่แล้วเนื้อหาก็กินใจดีด้วยก็เลยหยิบมาแต่งซะให้เข้าคู่กับเรื่อง You จะได้ไม่ต้องอกหักรักคุดอีก เพราะอย่างน้อยๆพวกเขาก็ “รู้สึกเหมือนกัน”

เช่นเคยชอบอะไรไม่ชอบอะไรคอมเม้นต์ติชมไว้ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ ไว้พบกันใหม่ค้า <3

Comment

Comment:

Tweet