[TASM2 FanFiction] Short Fic : Series Thing “Pills”

posted on 08 Sep 2014 03:20 by chura-chura-chucream in Ficion directory Fiction, Entertainment

Title : Pills

Fandom : TASM2 (The Amazing Spider-Man 2 Movies)

Author : Ginger Juice

Genre : Romance

Rate : PG-13

Pairing : Parksborn (Peter Parker/Harry Osborn)

Summary : ยารักษาไม่จำเป็นต้องเป็นเม็ดเสมอไป

 

           ปีเตอร์ป่วย!

           ใช่เขาป่วย ตั้งแต่กลายเป็นสไปเดอร์แมนมีน้อยครั้งมากที่เขาจะป่วย ปีเตอร์แข็งแรงกว่าคนทั่วไปมาก แต่ก็อย่างว่าเชื้อโรคมักมีการปรับตัวให้เพื่ออยู่รอดในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาได้เสมอ ดังนั้นแม้ว่าเขาจะป็นยอดมนุษย์ก็ไม่อาจจะหนีพ้นเชื้อไวรัสของไข้หวัดได้ เขาถึงต้องมานอนซมเป็นแมงมุมใกล้ตายอยู่ที่บ้านแบบนี้

 

           ตอนนี้ต่อให้มีก็อตซิลล่ามาบุกเมืองก็ลุกไม่ไหวหรอกบอกเลย

 

           ถ้านับจากเมื่อวาน วันนี้ก็เป็นวันที่สองแล้ว ตอนแรกเริ่มต้นแค่จามนิดหน่อย ตามด้วยอาการไอ และตัวร้อน เมื่อคืนตอนกลับมาจากภารกิจปีเตอร์เกือบต้องคลานขึ้นเตียงกันเลยทีเดียว จนกระทั่งเช้าวันนี้กลายเป็นว่าเขาแทบจะไม่สามารถลุกออกจากที่นอนไปไหนได้เลย

 

“ไหวไหมปีเตอร์?”

 

           เขาได้ยินเสียงป้าเมย์ถามขึ้น ขณะที่ฝ่ามือของเธออังอยู่บนหน้าผากของเขา มือของหญิงสูงอายุให้ความรู้สึกกร้านเล็กน้อยและเย็นนิดหน่อย แต่มันก็ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นเมื่อเธอสัมผัส ปีเตอร์ยังคงสลึมลืออยู่ไม่มีแรงแม้แต่จะโต้ตอบคำถามของป้า เขาลืมตาไม่ขึ้นและปวดหัวมาก

           หลังจากนั้นปีเตอร์ได้ยินลางๆแค่คำว่าข้าวโอ๊ตอะไรสักอย่าง ก่อนที่ฝ่ามือของป้าเมย์จะละหายไป และถูกแทนที่ด้วยผ้าขนหนูเย็นๆ เขาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงอุณหภูมิที่เปลี่ยนไปอย่างกระทันหัน

           ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน เขารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ป้าเมย์มาแตะแขน ปีเตอร์รู้สึกว่าหัวของเขาร้อนและปวดน้อยลง ชายหนุ่มลืมตาขึ้นมองและพบว่า ป้ายืนอยู่เหนือตัวเขาในมือถือถาดชามข้าว

 

“ทานอะไรสักหน่อยนะปีเตอร์ แล้วหลานจะได้ทานยา” เธอพูด สีหน้าแสดงออกถึงความเป็นห่วงเป็นใย

 

           หญิงสูงอายุวางชามข้าวโอ๊ตลงก่อนจะค่อยๆ ผยุงหลานชายหัวแก้วหัวแหวนให้ลุกขึ้นมานั่ง ปีเตอร์เปรียบเสมือนลูกชายของเธอ สำหรับความรู้สึกของคนเป็นแม่แล้วไม่มีอะไรน่าเศร้าไปกว่าการที่ต้องเห็นลูกของตัวเองเจ็บป่วย

           เมย์ พาร์คเกอร์ ป้อนข้าวให้หลานชายไปได้แค่ ห้าหกคำ คนป่วยก็ส่ายหน้า ราวกับว่าไม่อยากจะกินมันอีกต่อไปแล้ว เธอจึงเอ่ยปากขอร้อง หลานชายตัวดีจึงยอมทานไปอีกสามสี่คำ ก่อนจะส่ายหน้าอีกครั้ง เธอเห็นสมควรว่าเขาทานมาได้เยอะแล้ว จึงวางชามข้าวลง

 

“ทานยานะ ปีเตอร์” บอกเสียงแผ่ว และป้อนยาใส่ปากคนป่วย ก่อนจะค่อยๆประคองแก้วน้ำให้ดื่มตามลงไป ปีเตอร์ทำตามอย่างว่าง่าย เธอถอนหายใจมองดูหลานชายสุดที่รัก “ป้าต้องไปทำงานแล้ว อยู่คนเดียวได้ใช่ไหม?”

 

           ปีเตอร์ผยักหน้าน้อยๆ ก่อนจะล้มตัวลงกลับไปนอน เขารู้สึกได้ถึงความเย็น เมื่อป้าเมย์วางผ้าขนหนูลงบนหน้าผากของเขาอีกครั้ง ปีเตอร์รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อยเขาผลอยหลับไปอีกรอบ เวลาผ่านไปนานแค่ไหนไม่รู้ ชายหนุ่มมารู้สึกตัวตื่นอีกทีก็ตอนที่ได้ยินเสียงใครบางคนเรียกชื่อของเขา

 

“ปีเตอร์…. ปีเตอร์”

“ใครน่ะ?” เขาถามออกไปโดยที่ยังไม่ได้ลืมตา

“ฉันเอง” อีกฝ่ายตอบกลับมา น้ำเสียงนั้นช่างคุ้นเคย

“เกว็น?”

 

           ปีเตอร์ลืมตาขึ้นมอง แม้ว่าเขาจะยังตื่นไม่เต็มตา แต่ก็จำใบหน้าของอีกฝ่ายได้ดี เกว็น สเตซี่  อดีตคนรักคนเขา เธอนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างๆเตียงกำลังมองหน้าเขาอยู่ ปีเตอร์พยายามยันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่ง หญิงสาวจึงรีบเข้ามาช่วยผยุง ผ้าขนหนูร่วงหลุดจากหน้าผากของปีเตอร์ตกลงบนเตียง

 

“ขอโทษนะที่ปลุก” เธอเอ่ยปากขอโทษก่อนจะกลับลงไปนั่ง

“เอ่อไม่เป็นไร… ว่าแต่ทำไมเธอถึงมาอยู่นี่ได้?”

“ได้ยินว่าเธอป่วยหนักมาก ก็เลยมาเยี่ยม”

“แล้วป้าเมย์ล่ะ?” ปีเตอร์เอ่ยถามขึ้นเมื่อไม่เห็นป้าของเขาอยู่ด้วย

“ออกไปทำงานนานแล้ว ฉันมาตอนป้าเธอกำลังจะออกไปพอดี”

 

           ปีเตอร์ถามเธอว่าอยู่มานานแค่ไหนแล้ว หญิงสาวตอบยิ้มๆ พูดติดตลกว่า นานพอที่จะเปลี่ยนผ้าขนหนูบนหน้าผากเขาไปได้หลายรอบเลยทีเดียว  ปีเตอร์คิดว่าเกว็นไม่ได้พูดเล่นเธอน่าจะอยู่นานพอสมควร เพราะเขารู้สึกดีขึ้นกว่าเมื่อเช้าเยอะมาก หัวของเขาไม่ปวดเท่าเดิมอีกแล้ว

           ไม่ใช่แค่ทางกาย ทางใจก็เช่นกัน

           ปีเตอร์รู้สึกดีที่เธอมาอยู่เป็นเพื่อนแม้แต่พวกเขาจะเลิกกันแล้วก็ตามที ทั้งสองคนคุยกันอีกสองสามประโยค เกว็นก็บอกกับเขาว่าเธอต้องไปแล้ว อันที่จริงเธออยู่มาสามชั่วโมงเพื่อดูอาการเขา และเธอก็มีธุระที่ต้องไปทำแต่ด้วยความเป็นห่วงเธอจึงยอมเลทเวลาเล็กน้อย แต่ตอนนี้ปีเตอร์ดูดีขึ้นเธอคิดว่าสมควรแก่เวลาแล้วที่จะต้องไปเสียที

 

“เธออยู่คนเดียวได้นะ?” เกว็นถามอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก แม้ว่าไข้ของปีเตอร์จะลดลงมาก แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาหายดีแล้ว

“ได้” ปีเตอร์ยืนยัน หญิงสาวยังคงทำสีหน้าไม่มั่นใจ แต่ปีเตอร์ยิ้มให้เธอเป็นเชิงบอกว่าไม่เป็นไร

“รีบหายเข้านะ พ่อแมงมุม” เกว็นบีบมือเขาเบาๆ เป็นเชิงปลอบใจ

 

           ปีเตอร์เอ่ยปากโทษและขอบคุณหญิงสาวที่สละเวลามาดูแลเขา เธอยิ้มให้ก่อนจะเดินออกจากห้องไป

           ชายหนุ่มทอดสายตามองตามอดีตแฟนสาวเดินออกจากห้องไป เขากำลังจะล้มตัวลงนอนต่อ แต่ก็รู้สึกได้ถึงความเปียกข้างๆตัว จนต้องลุกขึ้นมาดู

           ปีเตอร์พบว่า มันคือผ้าขนหนูที่ไม่เย็นอีกต่อไปแล้ว เขาโยนมันกลับลงไปในกะละมังใส่น้ำข้างเตียงอย่างไม้ได้ใส่ใจนัก และกลับลงไปนอนอีกครั้ง แต่ก็ไม่นานนัก เพราะปีเตอร์ก็ต้องตื่นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเขาได้ยินเสียงกริ่งประตูดังลั่นอยู่หน้าบ้าน เขาไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปนานแค่ไหน อาจจะหนึ่งชั่วโมง ครึ่งชั่วโมง หรือแค่ราวๆสักสิบกว่านาทีได้

           เขาไม่แน่ใจ

           แต่ที่รู้ๆเสียงกริ่งมันดังรบกวนมาก จนเขาต้องตัดสินใจลงไปดู ปีเตอร์สบถหยาบคายด้วยความโมโห ก่อนจะตั้งคำถามกับเขาถามตัวเองในใจว่า ใครวะ ที่มาในเวลาแบบนี้!?’ เขาค่อยๆผยุงร่างที่ปวกเปียกของตัวเองเดินลงมาจากชั้นสองด้วยความทุลักทุเล จนไปเปิดประตูบ้านได้เป็นผลสำเร็จ แต่แล้วพ่อแมงมุมป่วยก็ต้องตกใจเมื่อพบกับผู้มาเยือนที่คาดไม่ถึง

 

“พีท!” อีกฝ่ายตะโกนเรียกชื่อเขา แถมยังพุ่งเข้ามาผยุงเขาทันทีที่ประตูเปิดออก

“แฮร์รี่!?” ปีเตอร์งงงวยไปเล็กน้อย แฮร์รี่ ออสบอร์น ไม่อยู่ในรายชื่อคนที่เขาคิดว่าจะโผล่มาในวันนี้ด้วยซ้ำ อันที่จริงเขาก็ไม่คิดว่าจะมีใครมาด้วยซ้ำ ยิ่งเป็นแฮร์รี่ยิ่งแล้วใหญ่ “ทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่?” เขาเผลอตัวถามออกไปขณะจ้องมองใบหน้าของอีกฝ่าย

“เกว็น สเตซี่” แฮร์รี่พูดชื่ออดีตแฟนสาวของเขา “เธอบอกฉันว่านายไม่สบาย”

 

           ปีเตอร์ยิ้มฝืน เยี่ยม! ให้ตายสิ!’ เขาสบถใจใน เกว็นทำได้แสบมาก แฮร์รี่เป็นคนที่เขาอยากเจอน้อยที่สุดยิ่งในสภาพอ่อนแอแบบนี้ด้วยแล้ว ปีเตอร์กลัวว่าหัวใจตัวเองจะหวั่นไหวจนป่วยหนักกว่าเดิมเสียมากกว่า ยิ่งอยู่ใกล้กันขนาดนี้เขายิ่งรู้สึกว่าใจของตัวเองเต้นแรงมาก

           กลิ่นหอมเย็นๆอ่อนๆที่ลอยเบาบางในอากาศเข้าปะทะจมูกของปีเตอร์ เขาเดาว่าน่าจะเป็นน้ำหอมของแฮร์รี่ แต่กลับไม่ได้รู้สึกว่าฉุนจมูกเลยสักนิด ในทางกลับกันเขารู้สึกดีจนเผลอตัวสูดกลิ่นกายของคนข้างตัวอย่างหลงใหล

 

“เข้าบ้านกันก่อนดีกว่า” แฮร์รี่เอ่ยปากบอก เมื่อรู้สึกถึงลมพัดผ่านพวกเขาทั้งสองคน

“วันนี้นายไม่ได้ทำงานหรือไง?” ปีเตอร์เอ่ยปากถามขึ้นอย่างประหม่า เขาไม่กล้ามองหน้าอีกฝ่ายเลยตอนนี้

“ทำ” แฮร์รี่ตอบเสียงเรียบ “แต่เป็นห่วง ก็เลยมา”

 

           ปีเตอร์ตะโกนกรีดร้องในใจ ความรู้สึกเหมือนถูกลอตเตอรี่มันเป็นแบบนี้นี่เอง เขาแอบอมยิ้ม ไม่ปฏิเสธหรอกว่าดีใจมากที่อีกฝ่ายตอบออกมาแบบนั้น ปีเตอร์ต้องยอมรับว่า

 

           เขาตกหลุมรักแฮร์รี่

 

           ไม่รู้ว่านานแค่ไหน ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่แล้ว อาจจะตั้งแต่ตอนพวกเขาเด็กๆเลยก็ได้ เขาแทบไม่รู้ตัวเองเลยจนกระทั่งเกว็นมาขอเลิก เธอให้เหตุผลว่าจริงๆแล้วเขาไม่ได้รักเธอเลย แต่ปีเตอร์ไม่เข้าใจ ตอนนั้นเขามั่นใจว่าเขารักเธอ เกว็นบอกให้เขาถามใจตัวเองว่ารักใครกันแน่ ปีเตอร์ไม่รู้เลยว่าเธอหมายถึงใครจนกระทั่งเขานึกถึงแฮร์รี่

           ในตอนนั้นเขาฉุกคิดอะไรได้หลายอย่าง

           มันเหมือนภาพหนังที่ฉายซ้ำไปซ้ำมา แล้วมีตัวแสดงแค่คนเดียว และกว่าปีเตอร์จะรู้ตัว แฮร์รี่ก็เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของหัวใจเขาแล้ว ปีเตอร์ต้องทบทวนตัวเองอย่างหนัก

           และเขาก็ได้รู้ว่า เขาคิดถึงแฮร์รี่มากขนาดไหน พูดถึงแฮร์รี่บ่อยแค่ไหน และแคร์แฮร์รี่มากเท่าไหร่ ตลอดเวลาที่เกว็นอยู่กับเขาเธอดูออก คงเรียกได้ว่าเป็นสัญชาตญาณของผู้หญิงกระมัง

           นั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เธอจากไป

           ปีเตอร์ต้องเรียกสติตัวเองกลับมาอยู่กับเหตุการณ์ตรงหน้าอีกครั้ง แฮร์รี่ตัวเล็กกว่าเขามากนัก แต่ก็ไม่ละความพยายามที่จะพยุงร่างใหญ่กว่าของเขากลับขึ้นไปชั้นบน กลิ่นน้ำหอมของแฮร์รี่ยังคงวนเวียนอยู่ในอากาศรอบตัวพวกเขาทั้งคู่ปีเตอร์อดไม่ได้ที่หายใจตักตวงเอาอากาศรอบๆเข้าไปให้ได้มากที่สุด เขายอมรับว่าตัวเองเหมือนคนโรคจิตขึ้นทุกวัน

 

“รู้สึกเป็นไงบ้าง?” แฮร์รี่ถามทันทีที่พวกเขาพากันขึ้นมาถึงเตียง ปีเตอร์กระอักกระอ่วน เขาเขินอายเกินกว่าจะมองหน้าอีกฝ่าย

“ดีขึ้นแล้ว” ตอนนี้เขารู้สึกดีขึ้นมากแล้วจริงๆ เขาไม่ปวดหัวมากเท่าเดิมแล้วแต่กลับรู้สึกว่าใบหน้าร้อนผ่าวมากขึ้นแทน ปีเตอร์ขอบคุณที่ตัวเองยังประคองสติได้ เพราะถ้าเขาไม่มีสติคงไม่มีโอกาสได้รับรู้หรือเห็นภาพแบบนี้แน่ๆ

“อยากได้อะไรไหม? ฉันจะหามาให้” แฮร์รี่ถามพลางนั่งลงบนเตียงข้างๆปีเตอร์

“ไม่เป็นไรนายนั่งพักเถอะ” ชายหนุ่มตอบ แต่ยังคงก้มหน้าหลบดวงตาสีฟ้าคู่นั้น

 

           แฮร์รี่ยกฝ่ามือขึ้นอังหน้าผากของปีเตอร์ เขาสะดุ้งเฮือก ใจเต้นแรง จนรู้สึกถึงเสียงของหัวใจตัวเอง ได้แต่หวังว่าแฮร์รี่จะไม่ได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามอยู่ในอกของเขา

 

“ตัวยังร้อนอยู่นะ กินยาหรือยัง?” น้ำเสียงนุ่มเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใย

“กินแล้ว”

“เช็ดตัวล่ะ?”

“อ่า…” ปีเตอร์อึกอัก เข้าไม่มั่นใจว่าจะตอบออกไปอย่างไรดี

“งั้นดี ฉันจะเช็ดให้!” อีกฝ่ายสุรปเองเสร็จสัพว่าเขายังไม่ได้เช็ดตัว ก่อนจะลุกจากขี้นยืนคว้ากะละมังบนพื้นขึ้นมาถือ “น้ำแข็งละลายหมดแล้ว” คุณชายออสบอร์นพูดสั้นๆแล้วหันหลังเดินออกจากห้องไป

 

           ปีเตอร์ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ เขารู้สึกถึงเหงื่อที่ชื้นขึ้นบริเวณหน้าผากและฝ่ามือ อันที่จริงมันชื้นขึ้นทั้งตัวแล้ว เสื้อยืดสีเข้มมีรอยเปียกเหงื่อซึมจางๆ

           สองมือรีบลนลานควานหาโทรศัพท์มือถือของตัวเองทันที เกว็น สเตซี่ เราต้องคุยกันเดี๋ยวนี้เลย!!

           ก่อนที่ปีเตอร์จะได้โทรศัพท์ออกไปโวยวายอดีตแฟนสาวนั้น เขาก็ต้องชะงักกับหน้าจอโทรศัพท์เมื่อพบว่ามีข้อความเข้า เป็นข้อความสั้นๆ

 

           ‘แล้วเธอจะขอบคุณฉัน ☺’

           รัก เกว็น.

 

           ปีเตอร์ตบหน้าผากตัวเองแรงๆทันทีที่เห็นข้อความ เกว๊น!! อย่าให้เจอนะ!! เขาสบถออกมาเบาๆจ้องข้อความในมือถือด้วยสายตากินเลือดกินเนื้อใบหน้าที่แดงเพราะพิษไข้ยิ่งแดงหนักกว่าเดิม

 

“ดูอะไรอยู่น่ะ?” เสียงเรียกถามขึ้น ปีเตอร์สะดุ้งตามสัญชาตญาณเขาเงยหน้าขึ้นมองพบว่าแฮร์รี่กลับมาแล้ว คุณชายออสบอร์นตอนนี้ใส่แค่เสื้อยืดกับกางเกงยีนส์สีเข้ม สูทตัวสวยคงถูกถอดทิ้งไว้ไหนสักที่

“เปล่า ไม่มีอะไร” ปีเตอร์รีบซ่อนโทรศัพท์ไว้ใต้หมอนทันที แฮร์รี่มองหน้าเขาแต่ไม่ได้ติดใจถามอะไรต่อ ก่อนจะเดินมาวางกะละมังใส่น้ำลงบนเก้าอี้ และนั่งลงบนเตียงเคียงข้างเขา

“เอ้า ถอดเสื้อออก” แฮร์รี่สั่งเสียงเรียบสีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง แต่ปีเตอร์กลับหน้าแดงจัด

“เช็ดแค่แขน…” เขาพยายามเอ่ยหาข้ออ้าง ไม่อยากแก้ผ้าต่อหน้าแฮร์รี่เลยจริงๆตอนนี้

“ถอดออก! เป็นผู้ชายเหมือนกันไม่ต้องมาเหนียมหรอก”

 

           แฮร์รี่ออกคำสั่งเสียงเข้ม ปีเตอร์ทำได้แค่อ้าปากพะงาบๆ เมื่อเจอสายตาดุๆส่งกลับมาเขาต้องจำยอมถอดเสื้อออกอย่างช่วยไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ยอมถอดกางเกงออกหรอก นี่มันปราการด่านสุดท้ายที่เหลืออยู่เลยนะ ชายหนุ่มได้แต่นั่งนิ่งเป็นท่อนไม้ไม่กล้าขยับเขยื้อน ไม่กล้ามองไปยังคนข้างตัว มีเพียงหูของเขาได้ยินเสียงน้ำไหลกระทบกันยามเมื่อแฮร์รี่บิดผ้าขนหนู

 

“ฉันเพิ่งสังเกตว่านายมีกล้ามด้วย” แฮร์รี่เอ่ยขึ้น ขณะกำลังเช็ดแขนให้ปีเตอร์ “บึกขึ้นขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย!? เมื่อก่อนยังเป็นกุ้งแห้งอยู่เลย”

“พอดีช่วงหลังเข้ายิมบ่อยขึ้นน่ะ” เขาพูดปด ใครจะไปกล้าบอกความจริงว่าล่ะ ตัวเองเป็นคนที่ใส่ชุดไอ้โม่งสีน้ำเงินแดงโดดร่อนไปทั่วเมือง ปราบเหล่าร้ายทุกวันจนมีหุ่นเฟิร์มแบบนี้

“ขอโทษนะ” จู่ๆแฮร์รี่ก็เอ่ยปากขอโทษเขา ก่อนจะที่มือเรียวจะบรรจงลูบต้นแขนไปจนถึงสะบักหลัง ปีเตอร์แหกปากในใจทันที

 

           ขอบคุณพระเจ้า!! ขอบคุณพ่อกับแม่ที่ทำให้ผมเกิดมา ขอบคุณลุงเบนกับป้าเมย์ที่เลี้ยงผมมาจนถึงทุกวันนี้ ขอบคุณเชื้อไข้หวัดฤดูร้อน! ขอบคุณมากนะเกว็น!’

 

           ปีเตอร์ตะโกนก้องในใจขอบคุณทุกอย่างไม่เว้นแม้แต่เกว็น สเตซี่ อดีตแฟนสาวที่เขาเพิ่งต่อว่าไปหยกๆ

 

“โทษที อยากลองจับดูน่ะ” แฮร์รี่เอ่ยปากขอโทษอีกครั้ง ก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาเช็ดตัวให้ปีเตอร์ต่อ

 

           มือของแฮร์รี่นิ่มและเย็นกว่าที่ปีเตอร์คิดไว้มาก มันไม่หยาบและอุ่นเหมือนมือของเขา แต่มันก็ให้ความรู้สึกดียามเมื่อแฮร์รี่สัมผัสเขา ถ้าเป็นไปได้อยากให้เวลาเดินช้าลงกว่านี้จะได้ซึมซับสัมผัสแบบนี้ไปอีกนานๆ

           ปีเตอร์สติหลุดไปนานพอสมควร กว่าจะรู้ตัวอีกทีแฮร์รี่ก็เช็ดตัวให้เขาเสร็จแล้ว ปีเตอร์สะดุ้งตกใจเมื่อถูกอีกฝ่ายเรียกชื่อ เขาหันซ้ายหันขวา ก่อนจะรีบก้มลงสำรวจตัวเอง มือไม้คลำไปที่บ็อกเซอร์ตัวเก่งเพื่อดูว่ามันยังอยู่ดีหรือไม่

 

แฮร์รี่หัวเราะ กับปฏิกริยาของอีกฝ่าย “ไม่ต้องห่วงฉันไม่ได้ล่วงเกินนายหรอก เช็ดแค่ขาน่ะ” ว่าแล้วก็เดินออกไปจากห้องนอนพร้อมกับกะละมังในมือ

 

           ปีเตอร์ละสายตาจากประตู หลังจากมองตามแฮร์รี่ที่เดินออกไปได้สักพักแล้ว เขาคว้าเสื้อยืดสีขาวที่วางอยู่ปลายเตียงมาใส่ ดูเหมือนว่าเป็นคนละตัวกับที่เขาที่ใส่เมื่อเช้า แฮร์รี่คงจะไปหยิบมาให้ น่าจะตอนที่เขามัวแต่เคลิ้มอยู่แน่ๆ

           เขาล้มตัวลงนอนทันทีที่ใส่เสื้อเสร็จ ใบหน้าระบายไปด้วยรอยยิ้มชนิดที่ใครเห็นก็อดหมั่นไส้ไม่ได้ แต่เมื่อเห็นแฮร์รี่เดินกลับเข้ามาในห้อง เขาก็รีบทำสีหน้าให้เป็นปกติทันที

 

“นอนแล้วเหรอ?” แฮร์รี่ถามขึ้นเมื่อเห็นว่าปีเตอร์กลับไปนอนห่มผ้าอย่างเดิมแล้ว

“อื้อ”

“ดีแล้ว พักซะจะได้หายเร็วๆ เดี๋ยวตื่นมาตอนเย็นจะหาอะไรให้กิน แล้วจะได้กินยา”

“นายทำเป็นเหรอ?” ปีเตอร์เอ่ยปากถามด้วยความแปลกใจ

“อย่าโง่น่ะพีท! คิดว่ามีโทรศัพท์ไว้ทำไมกัน”

“นั่นสินะ ฉันลืมไป ขนาดทอดไข่ยังไหม้เลยนายน่ะ” ปีเตอร์แขวะอีกฝ่ายพร้อมกับหัวเราะ

“ปากเหรอนั่น!” แฮร์รี่เหวเสียงขุ่น ใบหน้าขึ้นสีระเรื่อ “นี่ถ้าไม่ป่วยฉันชกหันหน้าจริงๆด้วย”

“อา… ให้หายก่อนนะ จะยอมให้ชกเลย”

“พูดแล้วนะ อย่าคืนคำล่ะ”

 

           แฮร์รี่มองค้อน แต่ปีเตอร์ยิ้มตอบ เขามองหน้าแฮร์รี่แก้มขาวขึ้นสีชมพูจางๆเพราะความอาย ที่จริงทอดไข่ไหม้ไม่ใช่เรื่องน่าอาย เพราะสำหรับลูกคุณหนูอย่างแฮร์รี่ไม่ค่อยได้ทำอะไรเองอยู่แล้ว ถ้าทอดเป็นสิน่าแปลก

 

“แฮร์รี่”

“หืม?”

“ขอจับมือนายหน่อยได้ไหม?”

“ทำไมล่ะ?”

“มือนายเย็นดี”

 

           แฮร์รี่ไม่ได้คิดอะไรมากจึงยื่นมือไปให้อีกฝ่ายกุมไว้ ความอุ่นแผ่ซ่านออกมามือใหญ่ของปีเตอร์ ทำให้แฮร์รี่รู้สึกเขินเล็กน้อย ครั้งสุดท้ายที่พวกเขาจับมือกันคือตอนสิบขวบ ปีเตอร์กุมมือเขาไว้แล้วยิ้มให้ แก้มขาวทั้งสองข้างยิ่งชมพูเพราะสีเลือดขึ้นไปอีก สำหรับปีเตอร์นั่นดูน่ารักมากเลยทีเดียว

           ใบหน้าสวยเสมองไปทางอื่น ก่อนที่มือข้างที่เหลืออยู่จะคว้าหนังสือสักเล่มจากกองแถวนั้นๆขึ้นมาอ่าน เพื่อจะได้ไม่ต้องมองหน้าอีกฝ่าย แม้ว่ามือของทั้งคู่จะยังคงประสานกันอยู่ ปีเตอร์ไม่ยอมละสายตาไปจากแฮร์รี่ ฝ่ามือใหญ่กระชับให้แน่นขึ้นอีกนิด คนที่นั่งอยู่ข้างๆขยับตัวเพียงเล็กน้อย พยายามที่ไม่สนใจคนป่วยที่นอนกุมมือเขาอยู่บนเตียง และจดจ่ออยู่กับหนังสือบนตักของตัวเองแทน แต่ถึงกระนั้นแก้มขาวก็ยังคงเป็นสีชมพู

           ปีเตอร์หยุดอมยิ้มไม่ได้ จะผิดไหม ถ้าเขาจะขอทำตัวอ่อนแอสักวัน เพียงเพื่อจะอยู่ใกล้คนๆนี้ให้มากขึ้น ปีเตอร์อดคิดไม่ได้ว่า เขาฉวยโอกาสใช้ความป่วยของตัวเองเป็นเครื่องมือเพื่อที่จะได้เป็นข้ออ้างในการใกล้ชิดอีกฝ่ายหรือเปล่า

           แต่อันที่จริงปีเตอร์ไม่สนใจหรอก แต่ถ้าแฮร์รี่จะยอมทำแบบนี้เพื่อเขาแล้วล่ะก็ เขาเองจะขอยอมป่วยแบบนี้บ่อยๆเหมือนกัน

           ปีเตอร์หลับตาลงพลางคิดว่า ตื่นมารอบหน้าเขาคงไม่ต้องทานยาเม็ดขมๆพวกนั้นอีกต่อไปแล้ว

 

           เพราะว่าตอนนี้เขาได้ยาดีเกินกว่ายาพวกนั้นเสียอีก

 

FIN.

----------------------------

 

Talk. เห็นว่าร้าง ก็เลยลงอะไรซักหน่อย ผลงานฟิคของเราเองค่ะ เป็นตอนหนึ่งใน Series Thing ชื่อ “Pills” ค่ะ ปกติแล้วงานฟิคจะลงใน Wordpress ค่ะ ส่วนทางนี้เราจะคัดเฉพาะมาบางเรื่องที่เห็นว่าใสๆก็แล้วกัน ถ้าอยากอ่านเรื่องอื่นด้วย ก็ไปเยี่ยมเยือนได้ที่ Gingerz

อย่าเพิ่งงงว่าทำไมชื่อไม่เหมือนกัน คือใน Exteen เราสมัครไว้นานแล้ว ในนี้เป็นนามปากกาเก่าค่ะ ปัจจุบันเราเปลี่ยนนามปากกาแล้ว

Comment

Comment:

Tweet